ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนกรกฎาคม วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 6 กรกฎาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 8 กรกฎาคม วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 27 กรกฎาคม ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 2 กรกฎาคม, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 4 กรกฎาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 21 กรกฎาคม คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 28 มิถุนายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 8 กรกฎาคม ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 25 มิถุนายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 24 กรกฎาคม ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 25 มิถุนายน, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 30 มิถุนายน ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันอาทิตย์ เริ่ม 9 กรกฎาคม, วันธรรมดา เริ่ม 24 กรกฎาคม ค่ะ

สอน ielts ตอน ภาษาอังกฤษเมื่อต้องพบหมอ

หลายๆคนอาจกังวลใจเวลาที่ไปเรียนต่อยังต่างประเทศ หากเกิดเจ็บป่วยไม่สบายขึ้นมาจะทำอย่างไร

เรียน ielts วันนี้จะมาสอนวิธีการและคำศัพท์ที่จำเป็นต้องใช้เวลาไปพบคุณหมอค่ะ มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ

ก่อนอื่นเลยเราลองมาทำความรู้จักชื่อสามัญกันก่อนดีกว่า ว่าเราจะเรียกกันอย่างไรในภาษาอังกฤษ

โรคหวัด (Cold) อันนี้เป็นกันบ่อยเลย โดยปกติศัพท์สามัญที่แพทย์ใช้จะเรียกว่า “Common Cold”

อาการของโรคหวัดอาจประกอบไปด้วย อาการปวดหัว (headache), ตัวร้อน (high temperature), เป็นไข้ (fever), คัดจมูก (stuffed nose), น้ำมูกไหล (running nose) เป็นต้นค่ะ

หากเราต้องการจะบอกคุณหมอว่า เรามีอาการอย่างไร ก็สามารถบอกได้ง่ายๆ เลยว่า I have a cold (หนูเป็นหวัดค่ะ), I ve got a headache ( หนูปวดหัวค่ะ), I ve got high temperature./ I have a fever  (มีไข้ ค่ะ), I have a stuffed nose (มีอาการคัดจมูก ค่ะ), I have a running nose. (มีน้ำมูกไหลค่ะ)
พอจะได้ศัพท์ที่เกี่ยวกับไข้หวัดไปบ้างแล้วทีนี้มาดูศัพท์ของโรคที่เกี่ยวกับท้อง ซึ่งส่วนมากเรามักจะมีอาการ ปวดท้อง(stomachache) คำนี้ถือเป็นคำครอบจักรวาล เพราะสามารถใช้หมายถึงอาการปวดท้องของทุกโรคที่เกี่ยวกับท้อง ไม่ว่าจะเป็นโรค กระเพาะอาหารอักเสบ(gastritis), แผลในกระเพาะอาหาร (peptic ulcer) หรือ โรคลำไส้ (intestinal diseases) เวลาบอกหมอว่ามีอาการปวดท้องก็สามารถทำได้ง่ายๆ ว่า  I have a stomachache ส่วนจะเป็นการปวดท้องมาจากสาเหตุใดนั้น คงต้องแล้วแต่อาการซึ่งคุณหมอจะวินิจฉัยอีกครั้งนะคะ

สรุปได้ง่ายๆ ในที่นี้คือ หากต้องการบอกคุณหมอว่ามีอาการอย่างไร ให้ใช้ประโยค? I have + ชื่อโรค? ครับ เช่น I have a backache (หนูมีอาการคัดจมูก) / I have a sore eyes (หนูมีอาการตาอักเสบ) เป็นต้นค่ะ
ในที่นี้อยากให้เราจำคำ 2 คำต่อไปนี้ คือ คำว่า “ache” กับ คำว่า “sore”  คำว่า “ache” แปลเป็นไทยได้ว่า ปวด หากมีการอาการปวดตรงส่วนไหนของร่างกายให้เอาคำว่า ache นี้ ไปต่อท้ายคำที่หมายถึงอวัยวะส่วนนั้นในภาษาอังกฤษได้เลย เช่น ถ้า ปวดหัว ก็ให้เอาคำว่า ache ไปต่อท้ายคำว่า head ที่แปลว่า หัว ได้เลย ถ้าปวดท้องก็เอา ache ไปต่อท้ายคำว่า stomach (ท้อง) ได้เลย ปวดหลังก็ เอา ache ไปต่อท้ายคำว่า back (หลัง) ได้ แต่มีข้อสังเกตว่าคำว่า ache จะใช้ต่อท้ายอวัยวะภายนอก เป็นส่วนใหญ่ อวัยวะภายในอย่าง ตับ (liver), ไต (kidneys), ไส้ (intestine), ปอด (lung) จะไม่มีการใช้ร่วมกับ ache ส่วนคำว่า “sore” แปลว่า อักเสบ ใช้วางไว้ขางหน้าอวัยวะที่มีอาการอักเสบ เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ (sore muscles), ตาอักเสบ (sore eyes) เป็นต้นค่ะ

ทีนี้หากเราต้องไปซื้อยามากินหรือใช้เอง เราก็ต้องไปที่ร้านขายยา ซึ่งคำว่าร้านขายยาในภาษาอังกฤษก็มีคำว่า drug store, pharmacy หรือ pharmacy store เวลาไปต่างประเทศ สิ่งที่เรามองหาว่าเป็นร้านขายยาก็คือสัญลักษณ์ Rx หลายคนอาจสงสัยว่ามันคืออะไร จริงแล้วมันเป็นตัวย่อในภาษาละติน หมาย ถึง ใบสั่งยา สมัยก่อนเภสัชกรถือเป็นคุณหมอด้วย เขาจะออกใบสั่งยาให้คนไข้ไปปรุงรักษากันเองที่บ้าน สมัยนี้เวลาเราไปร้านขายยาก็บอกเภสัชกรประจำร้านว่าต้องการอะไร ซึ่งในต่างประเทศค่อนข้างที่จะเข้มงวดมากนะคะ บางครั้งถ้าไม่มีใบสั่งยาเภสัชกรจะไม่ยอมจ่ายยาให้เราเลยค่ะ

ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้ในสถานการณ์นี้มีหลายระดับนะครับ ง่ายที่สุดคือ I want + ชื่อยา แต่เป็นวิธีที่ไม่แนะนำ มันดูไมค่อยสุภาพ หากจะให้ดูดีต้องบอกว่า May I have + ชื่อยา เช่น May I have some paracetamol please? นิยมใส่ please เข้าไปด้วยในประโยคคำถามเพื่อให้ดูดียิ่งขึ้นค่ะ

พอจะได้แนวทางไปบ้างแล้ว ทีนี้พี่ขอนำตัวอย่างประโยคที่สามารถนำไปใช้ได้เวลาเจอคุณหมอค่ะ

At the reception – ณ แผนกต้อนรับ

I’d like to see a doctor ฉันต้องการจะพบหมอ
do you have an appointment? คุณนัดไว้หรือเปล่า?
is it urgent? ด่วน ไหม?
I’d like to make an appointment to see Dr … ฉันต้องการนัดพบหมอ …
Robinson โรบินสัน
do you have any doctors who speak english? คุณมีหมอที่พูดภาษาอังกฤษได้บ้างไหม?
do you have private medical insurance? คุณมีประกันสุขภาพไหม?
please take a seat กรุณา นั่งลง
the doctor is ready to see you now ตอนนี้หมอพร้อมจะพบคุณแล้ว

Discussing symptoms – การอธิบายอาการ

how can I help you? ฉันจะช่วยคุณได้อย่างไร?
what’s the problem? มี ปัญหาอะไร?
what are your symptoms? อาการของคุณเป็นอย่างไร?
I’ve got a … ฉัน ..มีอาการ
temperature มีไข้
sore throat เจ็บ คอ
headache ปวดหัว
rash มีผื่นขึ้น
I’ve been feeling sick ฉันรู้สึกไม่สบาย
I’ve been having headaches ฉันปวดหัว
I’m very congested ฉัน อึดอัดมาก
my joints are aching ข้อ(ต่อ)ของฉันปวด
I’ve got diarrhoea ฉัน ท้องร่วง
I’ve got a lump ฉัน มีก้อนนูน
I’ve got a swollen ankle ข้อเท้าของฉันบวม
I’m in a lot of pain ฉันเจ็บมาก
I’ve got a pain in my … … ของฉันเจ็บ
back หลัง
chest หน้าอก
I think I’ve pulled a muscle in my leg ฉันคิดว่ากล้ามเนื้อขาของฉันถูกกระชาก/ ดึง
I’m … ฉันเป็น …
asthmatic โรคหืด
diabetic โรคเบา หวาน
epileptic โรคลม บ้าหมู
I need … ฉันต้อง การ …
another inhaler เครื่อง ช่วยหายใจ
some more insulin ยา อินซูลิน (โรคเบาหวาน)
I’m having difficulty breathing ฉันหายใจลำบาก
I’ve got very little energy ฉันไม่มีแรง
I’ve been feeling very tired ฉันรู้สึกเหนื่อยมาก
I’ve been feeling depressed ฉันรู้สึกหดหู่
I’ve been having difficulty sleeping ฉันนอนไม่หลับ/ หลับยาก
how long have you been feeling like this? คุณรู้สึกแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว?
how have you been feeling generally? คุณรู้สึกแบบนี้เป็นประจำไหม?
is there any possibility you might be pregnant? จะเป็นไปได้ไหมว่าคุณอาจจะตั้งครรภ์?
I think I might be pregnant ฉันคิดว่าฉันอาจจะตั้งครรภ์
do you have any allergies? คุณแพ้อะไรบ้างไหม?
I’m allergic to antibiotics ฉันแพ้ยาปฏิชีวนะ
are you on any sort of medication? คุณกินยาอะไรอยู่บ้างไหม?
I need a sick note ฉัน ต้องการใบรับรองแพทย์

Being examined – ทำการทดสอบ

can I have a look? ขอฉันดูหน่อยได้ไหม?
where does it hurt? เจ็บ ตรงไหน?
does it hurt when I press here? ฉันกดตรงนี้เจ็บไหม?
I’m going to take your … ฉันจะ… ให้คุณ
blood pressure วัด ความดันโลหิต
temperature วัด อุณหภูมิร่างกาย
pulse วัดชีพจร
could you roll up your sleeve? คุณช่วยพับแขนเสื้อของคุณได้ไหม?
your blood pressure’s … ความดันโลหิตของคุณ …
quite low ต่ำมาก
normal ปกติ
rather high ค่อน ข้างสูง
very high สูงมาก
your temperature’s … อุณหภูมิของคุณ ..
normal ปกติ
a little high สูง เล็กน้อย
very high สูงมาก
open your mouth, please กรุณาอ้าปาก
cough, please กรุณา ไอ/ กระแอม

Treatments and advice – การรักษา และคำแนะนำ

you’re going to need a few stiches คุณกำลังเย็บแผล สองสามเข็ม
I’m going to give you an injection ฉันจะฉีดยาให้คุณ
we need to take a … เราต้องการ …
urine sample ตัวอย่าง ปัสสาวะ
blood sample ตัวอย่าง เลือด
you need to have a blood test คุณจำเป็นต้องตรวจเลือด
I’m going to prescribe you some antibiotics ฉันจะสั่งยาปฏิชีวนะให้คุณ
how many should I take a day? ฉันต้องกินมากแค่ไหนใน 1 วัน?
take two of these pills three times a day วันละ 3 ครั้ง, ครั้งละ 2 เม็ด
take this prescription to the chemist นำใบสั่งยานี้ไปที่ร้านขายยา
do you smoke? คุณ สูบบุหรี่ไหม?
you should stop smoking คุณควรจะหยุดสูบบุหรี่
how much alcohol do you drink a week? คุณดื่มแอลกอฮอล์มากแค่ไหนในหนึ่งสัปดาห์?
you should cut down on your drinking คุณควรจะหยุดดื่ม
you need to try and lose some weight คุณต้องพยายาม และลดน้ำหนักลงบ้าง
I want to send you for an x-ray ฉันจะส่งผลเอ็กซเรย์ไปให้คุณ
I want you to see a specialist ฉันอยากให้คุณไปพบผู้เชี่ยวชาญ

วันนี้ได้เรียนรู้คำศัพท์และประโยคมากมายหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับน้องๆนะคะ พี่ๆเป็นกำลังใจให้ในการสอบ ielts ที่จะมาถึงนะคะ รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ ^^ Being well and healthy is always better.

ขอขอบคุณ : www.adecco.co.th ค่ะ

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)