ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนสิงหาคม วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 18 สิงหาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 20 สิงหาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 31 สิงหาคม ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 24 สิงหาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 29 สิงหาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 2 กันยายน คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 9 กันยายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 18 กันยายน ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 26 สิงหาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 11 กันยายน ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 1 กันยายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 24 กันยายน ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดา เริ่ม 16 ตุลาคม ค่ะ

เรียน ielts ภาค Collocation คืออะไร?

เชื่อว่าน้องๆหลายๆคนที่กำลังเตรียมตัวสอบ IELTS คงเคยได้ยินคำว่า Collocation กันมาบ้างนะคะ สงสัยไหมเอ่ยว่ามันคืออะไร วันนี้พี่จะพาไปพบคำตอบกันค่ะ

Collocation เป็น การนำคำตั้งแต่2 คำมาใช้ร่วมกัน เพื่อให้เกิดความหมายที่สละสลวย ฟังดูเป็นธรรมชาติสำหรับเจ้าของภาษา ซึ่งเจ้าของภาษาจะใช้ Collocation อยู่เกือบตลอดเวลา ในทางกลับกันถ้ามีการใช้ที่ผิด ก็จะฟังแล้วไม่รื่นหู พวกเราเขียนและพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อย ได้ เพราะว่าเราถูกสอนอยู่เพียง 2 ส่วนคือ คำศัพท์ (Vocabulary) และ ไวยากรณ์ (Grammar) แต่ในความเป็นจริง คือ คำศัพท์ในภาษาอังกฤษส่วนใหญ่จะถูก ใช้เป็นกลุ่มคำ ไม่ใช่นำคำศัพท์แต่ละคำมาเรียงต่อกันเป็นประโยคเหมือนภาษาไทย

ยกตัวอย่างเช่น

“ฉันไปโรงเรียน” ฝรั่งใช้ I go to school. ไม่ใช่  I (ฉัน) go (ไป) school (โรงเรียน)
แต่ “ฉันกลับบ้าน” ฝรั่งใช้ I go home. ไม่ใช่ I go to home.
สุขสันต์วันเกิดแด่เธอ Happy birthday to you. ไม่ใช่ Happy birthday for ( แด่ สำหรับ) you.
เขาผ่านไป ฝรั่งใช้ He passed by. ไม่ใช่ He passed(ผ่าน) away (จากไป)
เพราะ “pass away” แปลว่า ล่วงลับ ตาย
เรามักใช้คำภาษาอังกฤษ แปลเป็นไทยตรงๆ จึงทำให้ฝรั่งไม่เข้าใจ

แท้จริงแล้วประโยคภาษาอังกฤษไม่ใช่มีเพียงแค่

ประธาน (Subject)
+
กริยา (Verb)
+
กรรม (Object)

แต่ความ จริงแล้ว องค์ประกอบที่สำคัญในการแต่งประโยคภาษาอังกฤษให้ได้มาตรฐาน มี 3 ส่วน คือ

คำศัพท์ (Vocabulary)
+
ไวยากรณ์ (Grammar)
=
ประโยค (Sentence)
+
Collocation
Collocation มันคืออะไร?
Collocation คือ กลุ่มคำที่ต้องใช้ร่วมกัน หรือ เรียกอีกอย่างว่า “คำปรากฏร่วม”
จากตัวอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้น “go to school“, “go home“, “Happy birthday to you“, “pass by“, “pass away” เป็น Collocation

Collocation นั้นไม่เกี่ยวกับหลักไวยากรณ์ เพราะบางกลุ่มคำถึงแม้จะวางสลับ ตำแหน่ง หรือใช้คำไม่ถูก แต่ ก็ไม่ผิดไวยากรณ์แต่ประการใด แต่การใช้ Collocation ผิด จะทำให้เจ้าของภาษาหรือผู้ที่รู้ภาษาอังกฤษมากๆ ทราบได้ทันทีว่า เราเป็นคนต่างชาติและใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้มาตรฐาน

คำว่า Collocation มาจากคำภาษาอังกฤษ 2 คำ คือ col (to do something with something or someone) + location มีคำแปลภาษาไทยว่า “คำปรากฏร่วม” Collocation เป็นการเชื่อมคำ การจัดวางคำ หรือกลุ่มคำ (รวมทั้ง idioms) ที่จำเป็นต้องใช้ร่วมกันในประโยค ที่เจ้าของภาษานิยมใช้ และเห็นว่าถูกต้องตามมาตรฐาน ซึ่งคำที่ใช้ร่วมกันนั้น จะใช้คำอื่นแทน หรือสลับตำแหน่งกันไม่ได้ ถึงแม้ว่าคำที่จะใช้แทนจะมีความหมายเหมือนกัน หรือใกล้เคียงกันก็ตาม

ความ สำคัญของ Collocation
Collocation เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ถูกละเลย ไม่ได้รับความสำคัญในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ทั้งๆ ที่ Collocation ถูกใช้ในการเขียนภาษาอังกฤษ มากถึง 60-80% ดังนั้น การ เน้นให้ท่องจำศัพท์เป็นคำๆ มากๆ จึงไม่ทำให้เราเรียนภาษาอังกฤษเก่งขึ้น เท่ากับการฝึกให้จดจำศัพท์เป็นกลุ่มคำ (Collocations) ศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป มีไม่ถึง 4,000 คำ แต่ Collocations หรือกลุ่มคำศัพท์ที่ใช้ร่วมกับคำศัพท์เหล่านั้น มีมากมายหลายหมื่น Collocations ดั้งนั้น หากเรารู้ Collocations หลายหมื่น Collocations ก็เท่ากับว่า เราสามารถแต่งประโยคที่ถูกต้องได้มากมายนับไม่ถ้วน

ข้อควรระวังที่สำคัญยิ่ง พวกเราหลายคน ชอบเขียนภาษาอังกฤษแบบแปลตรงตัวจากไทยเป็นอังกฤษ ซึ่งอาจมีการใช้ Collocation ผิด ทำให้ความหมายผิดไปด้วย ตัวอย่างเช่น

  1. เธอเป็นคนใจเย็น
    Correct: She is cool-tempered.
    Wrong: She is cold-hearted. (เธอเป็นคนใจร้าย)
  2. เขาผ่านไป
    Correct: He passed by.
    Wrong: He passed away. (เขาเสียชีวิต)
  3. เขาทานยา
    Correct : He takes medicine.
    Wrong: He takes drugs.(เขาติดยา เสพติด)
  4. บ้านหันหน้าไปทางทิศตะวันออก
    Correct: The house looks east.
    Wrong: The house turns to east.
  5. เธอเป็นคนง่ายๆ
    Correct: She is easy-going.
    Wrong: She is an easy woman. (เธอเป็นผู้หญิงใจง่าย)

เชื่อว่าน้องๆน่าจะมีความเข้าใจในเรื่องของ Collocation กันมากขึ้นแล้วนะคะ สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมจากเว็บด้านล่างได้เลยค่ะ

อย่าลืมนำไปใช้เวลาสอบ ielts นะคะ ขอให้น้องๆโชคดีในการสอบทุกคนเลยค่ะ

พี่ๆ IELTS Institute

ที่มา:  http://www.dicthai.com โดย คุณวงศ์ วรรธนพิเชฐ

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)