ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนพฤษภาคม วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 27 พฤษภาคม เดือนมิถุนายน วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 1 มิถุนายน, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 8 มิถุนายน ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 31 พฤษภาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 3 มิถุนายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 20 มิถุนายน คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 2 มิถุนายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 4 มิถุนายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 21 มิถุนายน ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 7 มิถุนายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 25 มิถุนายน ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 31 พฤษภาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 10 มิถุนายน ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดา เริ่ม 15 พฤษภาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 2 กรกฎาคม ค่ะ

7 คำถามใน Speaking Test Part 3 และวิธีรับมือ (ตอนที่ 2)

เทคนิคการสอบพูดใน IELTS Speaking ส่วนที่ 3

เทคนิคการสอบพูดใน IELTS Speaking ส่วนที่ 3

กลับมาพบกับตอนสุดท้ายของ 7 คำถามใน Speaking Test Part 3 และวิธีรับมือกับ 4 คำถามที่เหลือกันนะคะ

ในคราวที่แล้ว [7 คำถามใน Speaking Test Part 3 และวิธีรับมือ (ตอนที่ 1)]

เราได้พูดกันถึงคำถามสามประเภทแรก นั่นคือ การให้แสดงความคิดเห็น, การให้ผู้สอบประเมินคุณค่าของสิ่งของหรือบุคคลอื่น และ การคาดเดาเหตุการณ์ในอนาคต ในตอนนี้ มีคำถามอีกสี่ประเภทที่มักจะพบเจอในการสอบสนทนา IELTS ลองมาดูกันนะคะ ว่ามีอะไรอีกบ้าง

  1. คำถามประเภทที่ให้ผู้สอบตั้งสมมติฐาน

กรรมการมักจะถามให้เพื่อนๆ พูดถึงสถานการณ์สมมุติที่อาจจะไม่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันหรือตรงข้ามกับความเป็นจริงในอดีตหรืออนาคตก็ได้

 

แน่นอนว่าถ้าเพื่อนๆ เจอคำถามประเภทนี้ ไวยากรณ์อังกฤษแนว Conditional หรือ If-Clause ทั้งหลายที่เพื่อนๆ ได้ร่ำเรียนมาย่อมจะเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตในยามยากแบบนี้แน่นอนค่ะ เรามาดูเทคนิคการตอบคำถามนี้กันค่ะ เช่น ถ้ากรรมการถามเพื่อนๆ ว่า If you could choose any country to live in, where would you choose?

 

เพื่อนๆ อาจจะให้คำตอบดังต่อไปนี้

If I could live in any country, I would probably choose Australia. The weather is great; the people are super friendly and just imagine living beside all those beaches. If I could choose another country, it would have to be Italy, for the architecture, the culture and its fascinating history.

 

ส่วนประโยคที่ขีดเส้นใต้นั้น เป็นการแสดงให้เพื่อนๆ เห็นว่าเราสามารถนำไวยากรณ์เรื่องประโยคเงื่อนไขในภาษาอังกฤษมาใช้ได้ในการสนทนาอย่างไรบ้างไงคะ

 

  1. คำถามประเภทให้แสดงสาเหตุและผลลัพธ์

คำถามแบบนี้เพื่อนๆ จะต้องตอบโดยใช้คำสันธานในภาษาอังกฤษดังต่อไปนี้เป็นเครื่องหมายแสดงการใช้เหตุและผลค่ะ

  • …because…
  • …as a result….
  • …result in…
  • …as a consequence…
  • …due to….
  • …cause…
  • …lead to….
  • …mean that…

จริงๆ แล้ว ยังมีคำสันธานภาษาอังกฤษที่แสดงเหตุและผลอยู่อีกหลายตัวเลยนะคะ แต่ที่ยกมานี้เป็นตัวอย่างของคำที่ใช้กันบ่อยในการสนทนาค่ะ

เรามาดูตัวอย่างคำถามและการให้คำตอบโดยใช้คำสันธานแสดงเหตุและผลกันเลยดีกว่าค่ะ

How does advertising influence what people choose to buy?

I think advertising has a big influence on what people purchase and often leads to them always sticking with the same brand. For example, I always drink Coca Cola and I believe this is because I grew up watching all those ads on TV and I instinctively buy it as a result. I mean, why would companies spend so much money on adverts, unless it led to more sales?

 

  1. คำถามแบบให้เปรียบเทียบ

ได้ยินคำถามแบบนี้ปุ๊บ เพื่อนๆ คงต้องคิดถึงเรื่องการใช้โครงสร้างการเปรียบเทียบในภาษาอังกฤษขึ้นมาเลยใช่มั้ยคะ ถูกต้องแล้วค่ะ เพื่อนๆ จะต้องใช้โครงสร้างแบบ more…..than…… เป็นต้น เพื่อเปรียบเทียบว่าอะไรดีกว่าอะไร ทำนองนี้ไงคะ

 

เพื่อทวนความจำ มีคำคุณศัพท์ภาษาอังกฤษที่ไม่ใช้โครงสร้าง more…than….ในการเปรียบเทียบ นั่นคือ

Good- better

Bad- worse

Far- further

ส่วนคำคุณศัพท์ที่มีพยางค์เดียว เช่น hot, dry, big เป็นต้น จะเติม –er ท้ายคำเพื่อแสดงขั้นกว่านะคะ กลายเป็น hotter, drier, bigger อย่างนี้ค่ะ

 

มาลองดูตัวอย่างคำถามประเภทนี้กันค่ะ

Do you think primary school children should learn a second language or should they wait until secondary school?

It’s obvious that the earlier children start a language the easier it becomes in later life. However, some parents might think that subjects like maths are more important than languages at primary level. They may also think that a foreign language is less important than their first language and this should be prioritised.

  1. คำถามให้เล่าเรื่องราวในอดีต

แน่นอนว่าคำถามแบบนี้มักจะให้เพื่อนๆ เล่าถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีต ซึ่งเพื่อนๆ ต้องระมัดระวังในการใช้กริยาให้อยู่ในรูปอดีตให้ถูกต้องนะคะ ขอทบทวนกันสักนิดดังต่อไปนี้ค่ะ

  • Used to + infinitive ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดเป็นประจำในอดีตแต่ในปัจจุบันไม่มีหรือไม่ได้เกิดแล้ว
  • Would + infinitive ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดหรือคาดว่าจะทำในอดีต
  • Past simple ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและจบลงไปแล้ว
  • Past continuous ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและจบลงไปแล้วและเป็นฉากหลังที่ดำเนินไปในระยะเวลาต่อเนื่องให้กับอีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีตเล่นกัน
  • Past perfect ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตแต่จบลงก่อนที่อีกเหตุการณ์ในอดีตจะเกิดขึ้น

อย่ารอช้า มาดูตัวอย่างคำถามและคำตอบกันค่ะ

How has teaching changed in your country over the past few decades?

In the past, teachers simply lectured students and the students just listened to what they said. We were given lots of facts to learn and there was no room for creativity or freedom of expression. I remember learning lots of things without thinking about the theory behind it. Now, there’s been a movement towards students thinking for themselves.

พอจะเข้าใจภาพรวมของประเภทของคำถามทั้งเจ็ดประเภทในการสอบ IELTS Speaking  กันหรือยังคะ ขอให้เพื่อนๆ ฝึกฝน จดจำเทคนิคการตอบคำถามทั้งหมดไว้ และหมั่นนำโจทย์ต่างๆ มาฝึกฝนเพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ตอบคำถามได้อย่างไม่ติดขัดค่ะ

แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ 🙂

Oxbridge Institute

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)