ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนธันวาคม วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 14 ธันวาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 15 ธันวาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 17 ธันวาคม ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 3 ธันวาคม, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 13 ธันวาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 19 ธันวาคม คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 10 ธันวาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 11 มกราคม ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 10 ธันวาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 9 มกราคม ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 7 ธันวาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 11 ธันวาคม ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดา เริ่ม 30 พฤศจิกายน ค่ะ

เทคนิคการเตรียมตัวสำหรับผู้ที่อยากได้ IELTS Speaking Band 7.0

น้องหลายๆคนพอพูดถึงทักษะการพูดในการสอบ IELTS Speaking มักจะกังวลมากกว่าทักษะอื่นๆ เนื่องจากการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในเมืองไทยส่วนมากจะไม่ได้เน้นการฝึกพูด แต่จะไปหนักเรื่องท่องจำไวยากรณ์ รวมทั้งจำนวนบุคคลากรชาวต่างชาติที่สอนเมื่อเทียบกับจำนวนนักเรียนต่อห้องแล้ว มีจำนวนมากจนเกินไป ทำให้นักเรียนมักมีโอกาสในการฝึกทักษะนี้น้อยกว่าทักษะด้านอื่นๆ วันนี้พี่ขออนุญาตนำรูปแบบการสอบ Speaking ของ IELTS พร้อมทั้ง Tips เล็กๆน้อยๆ จาก Examiner มาฝากน้องๆกันค่ะ

เทคนิค-IELTS-Speaking

ยังไง ยังไง IELTS Speaking ให้ได้ 7.0

 

IELTS Speaking

          การทดสอบทักษะการพูด (IELTS Speaking test)จะประกอบด้วย 3 ส่วนดังนี้

  1. การแนะนำตัว (Introduction and Interview)

ใน Part นี้ส่วนมาก Examiner จะถามอยู่ประมาณ 3 คำถาม ที่เราควรตอบเพียงสั้นๆเท่านั้น ขอยกตัวอย่างคำถามดังนี้

1.1 Can you tell me your full name please?

– ตอบเฉพาะชื่อ-นามสกุลของเราเท่านั้น ไม่ต้องตอบอะไรมากมาย ไม่ต้องมีคำนำหน้าใดๆนะคะ

“My name is……………………”

1.2 What can I call you?

– ให้ตอบชื่อเล่น หรือชื่อที่ฝรั่งจะเรียกเราง่ายๆ

“You can call me ……if you like”

1.3 Can you show me your identification card please?

เราก็ส่งบัตรประชาชนให้ Examiner ค่ะ

          Interview (4-5 minutes) คะแนนมักจะเริ่มคิดจากส่วนนี้เป็นต้นไป

ในช่วงนี้จะเป็นการพูดถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตัวเรา พยายามฟังคำถามให้ดี แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีอะไรน่าห่วง เพราะเป็นเรื่องที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว เช่น

– Are you learning or working?

– Can you tell me about your home town?

– Can you tell me about your childhood?

– What do you do in your free time?

– What subjects are you studying?

– Tell me about the kind of accommodation you live in?

 

  1. Individual long turn (3 – 4 minutes)

ในส่วนนี้เราจะมีเวลาเตรียมตัวประมาณ 1 นาที เขาก็จะแจก Topic Card มาแล้วให้เราพูด 2 นาที หน้าที่ของเราคือ พูดให้ครบ ซึ่งตรงนี้คนคุมสอบจะไม่พูดเลยค่ะ จะจับเวลาและอัดเสียงเราอย่างเดียว ดังนั้น พูดให้ครบ พยายามไหลไปเรื่อย ๆ อย่ากังวลเรื่องเวลามากนัก เมื่อถึงเวลา Examiner จะบอกให้เราหยุดเองค่ะ

แนวทางในการเตรียมตัว

– เนื่องจากเราจะมีเวลาเตรียมตัว 1 นาที ให้อ่านคำถามใน card ที่ให้ดีๆ หลายคนกังวลเดินไปจนเข้าใจคำถามผิดทำให้เสียคะแนนไปอย่างน่าเสียดายค่ะ

– กำหนดเป็น Idea หลังจากนั้นหา เหตุผลมารองรับ ยกตัวอย่างประมาณ 2 ตัวอย่าง สนับสนุน แล้วก็สรุปประเด็น จากนั้นก็ขึ้นหัวข้อใหม่..ทำอย่างนี้ไปจนครบทุกหัวข้อ

– คิดประโยคขึ้นต้นสวยๆสัก 2 ประโยค โดยอาจใช้พวก complex sentence แล้วก็เริ่มไหลไปเลย

– ไม่ต้องสนใจ Examiner ให้เราพูดเหมือนที่เราพูดกับกระจก ส่วน examiner จะเป็นอย่างไรก็ช่าง ไม่ต้องไปสนใจ

  1. Two-way discussion (4-5 minutes)

ในส่วนนี้ถูกออกแบบมาให้ยากมากขึ้น โดยคำถามจะค่อนข้างซับซ้อน และเน้นการแสดงความสามารถในเชิงอภิปรายเป็นส่วนใหญ่ค่ะ

แนวทางในการทำข้อสอบใน Part นี้ มีดังนี้นะคะ

  1. อันดับแรกต้องตั้งสติให้ดี
  2. ต่อมาพยายามฟังคำถามให้ดี…หากไม่เข้าใจสามารถถาม Examiner ได้ อาทิเช่น “What do you mean exactly?” หรือ “I didn’t quite catch that. Could you repeat it?” แต่ไม่ใช่ถามทุกๆคำถามเลยนะคะ
  3. ในการสอบให้พูดไปเรื่อยๆเหมือนเราคุยกับเพื่อน คำศัพท์ไหนไม่ได้ก็พยายามหลีกเลี่ยงหรืออ้อมๆไป โดยพยายามบรรยายให้เค้ารู้เรื่องว่าเรากำลังจะพูดถึงอะไร
  4. เวลาเราตอบคำถาม…ให้ตอบเป็น list ของคำตอบเลย อย่าตอบเพียงคำตอบเดียวแล้วหยุด อย่างน้อยซัก 2-3 คำถาม
  5. ตอบคำถามแล้ว.. อย่าลืมให้รายละเอียดของคำตอบด้วย อย่าตอบแค่ Yes or no พยายามถามตัวเองต่อไปเสมอว่า ทำไม หรือ เพราะอะไร?

          เทคนิคเพิ่มเติมในการฝึก Speaking

  1. พูดกับตัวเองหน้ากระจกบ่อยๆ ทำแบบเดียวกับการฝึก public speaking
  2. บันทึกเสียงของตัวเองไว้ เพราะเราจะได้ทราบว่า ว่าเราตอบคำถามต่างๆอย่างไร จากนั้นนำมาแก้ไขในจุดบกพร่องของเราเอง
  3. จุดบกพร่องหลักๆที่พบบ่อยของนักเรียนไทย มีประมาณนี้ค่ะ

i. พูดอ้ำๆอึ้งๆ

ii. พูดซ้ำไปซ้ำมา

iii. Long pause พูดแล้วหยุดนิ่งไปเป็นเวลานาน

iv. พูดแล้วไม่ยึดความถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ หรือ กังวลในเรื่องไวยากรณ์จนทำให้ขาดความต่อเนื่อง

การจะทำคะแนนให้ได้ดีในการทดสอบ IELTS Speaking ควรทำดังนี้

  1. Pronunciation อย่าลืมออกเสียงตัวสุดท้าย … พูดช้าลงอีกเพียงนิดเดียวแต่จะทำให้ Band score สูงขึ้นได้ถึง 8 เลยค่ะ
  2. Vocabulary พยามยามอ่านและฟังให้มากเข้าไว้ เราสามารถทำ Band score ได้ถึง 7 โดยไม่ยาก พยายามใช้ Idioms มาประกอบในการบรรยายรายละเอียดของคำตอบเรา
  3. Fluency เป็นเรื่องยากที่จะทำให้คล่องปรื๋อเหมือน Native speaker ดังนั้นในส่วนนี้อาจตั้งเป้าหมายไว้ที่ 6 ก็ OK แล้ว
  4. ในส่วนของ Grammar หากระวังในเรื่องของ Tense และพยายามใช้โครงสร้างที่หลากหลายเชื่อว่า 6-7 ไม่น่ายากจนเกินไปค่ะ

ลองมารวม Overall band score กันดูนะคะ 8, 7, 6, 7 รวมเป็น 28 หารด้วย 4 เท่ากับ 7 พอดีค่ะ

เห็นไหมคะ หากเราวางแผนในการสอบ IELTS แต่ละช่วงให้ดีๆ เชื่อว่าคะแนน Speaking Band 7.0 ขึ้นไป ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถเลยค่ะ

“Practice makes perfect”

OXBRIDGE IELTS Institute

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)