ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนสิงหาคม วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 18 สิงหาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 20 สิงหาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 31 สิงหาคม ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 24 สิงหาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 29 สิงหาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 2 กันยายน คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 9 กันยายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 18 กันยายน ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 26 สิงหาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 11 กันยายน ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 1 กันยายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 24 กันยายน ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดา เริ่ม 16 ตุลาคม ค่ะ

10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการสอบสนทนา IELTS

10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการสอบสนทนา IELTS

เทคนิคควรรู้ในการสอบพูด IELTS

IELTS Speaking Tips

เพื่อนๆ นักเรียนไทยหลายต่อหลายคน คงจะมีประสบการณ์ในการสอบสนทนา IELTS มากันทุกคนนะคะ บ้างก็ผ่านฉลุยในครั้งเดียว บ้างก็ต้องสอบหลายหนหน่อยกว่าจะได้แบนด์ที่ต้องการ ถ้าจะให้ถามว่าการสอบ IELTS ในส่วนที่ใดที่น่ากังวลสำหรับนักเรียนหรือผู้สอบชาวไทยมากที่สุด ก็คงจะได้คำตอบว่า การสอบพูดหรือสอบสนทนานั้น น่าจะเป็นสิ่งที่เพื่อนๆ กังวลใจมากที่สุด เพราะเราไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษแบบเจ้าของภาษาใช้กัน นั่นคือ คนไทยไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ทำให้สำหรับพวกเรากลายเป็นกะเหรี่ยงไปในทันทีที่ใช้ภาษานี้เพราะเราไม่รู้ว่าจะพูดยังไง จะเขียนยังไงให้เหมือนเจ้าของภาษา

จริงๆ แล้ว เพื่อนๆ ที่สอบ IELTS มาบ้างก็คงจะรู้ว่า การสอบสนทนานั้น ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนะคะ ออกจะหวานหมูเสียด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าเพื่อนๆ คนไหนชอบพูด ชอบพรีเซนต์อยู่แล้ว ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ แต่จุดประสงค์ของการสอบสนทนา IELTS ก็คือการพูดในสถานการณ์ที่เป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นส่วนบุคคลหรือการอภิปรายปัญหาที่กรรมการตั้งหัวข้อขึ้น การสอบนี้ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีเท่านั้น ซึ่งถ้าเพื่อนๆ คนใดเตรียมตัวมาดีแล้วก็จะสามารถสอบผ่านฉลุยเลยล่ะค่ะ

การสอบสนทนา IELTS แบ่งเป็นสามส่วนใหญ่ๆ ส่วนแรก จะเป็นเรื่องทั่วๆ ไป ให้เพื่อนๆ เล่าถึงตัวเอง การเรียน การทำงานที่ผ่านมา และความสนใจต่างๆ (อย่างนี้ก็สบายเรานะคะ เม้าเข้าไปค่ะ) ส่วนที่สอง เพื่อนๆ จะได้เวลาประมาณหนึ่งหรือสองนาทีในการเตรียมหัวข้อหรือประเด็นที่อยากจะพูดนำเสนอให้กรรมการฟัง ก็พูดไปแล้วกรรมการอาจจะถามคำถามเกี่ยวกับหัวข้อนั้นๆ ค่ะ ส่วนสุดท้าย จะค่อนข้างเป็นส่วนที่ยากนิดหนึ่ง (ย้ำว่านิดหนึ่งนะคะ) เพราะเพื่อนๆ จะต้องอภิปรายประเด็นปัญหาที่เพื่อนๆ นำเสนอในส่วนที่สองให้กรรมการฟัง เขาอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรืออาจจะให้เพื่อนๆ หาเหตุผลมาสนับสนุนความคิดของตัวเองอะไรอย่างงี้ค่ะ

เนื่องจากเราเป็นคนไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ ทำให้มักจะมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างเกี่ยวกับการสอบสนทนา IELTS มาบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งบางครั้งอาจจะเป็นความจริง บางครั้งก็เป็นแค่ข่าวโคมลอยเฉยๆ เรามาดูกันว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่เป็นความจริงและเป็นแค่คำร่ำลือเพื่อให้เพื่อนๆ ขจัดความกลัว ความกังวลต่างๆ ออกไปและทำสอบให้ได้แบนด์สูงๆ ไปโลดค่ะ

  1. เขาลือกันว่าการสอบสนทนา IELTS นั้นง่ายสุดๆ

เนื่องจากการสอบสนทนานั้น มี Examiner อยู่ต่อหน้าผู้สอบด้วย ในขณะที่การสอบเขียนหรือสอบอ่าน ผู้สอบจะต้องใช้ความสามารถของตนเองเพียวๆ ดังนั้น อาจจะดูเหมือนว่ากรรมการย่อมต้องให้ความช่วยเหลือนักเรียนบ้างเป็นธรรมดา แต่ Examiner ย่อมต้องมีความยุติธรรมในการสอบค่ะ ถ้าเขาช่วยเพื่อนๆ ในบางกรณี เขาก็ย่อมต้องช่วยผู้สอบคนอื่นๆ ด้วยตามแต่เห็นสมควร ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดนะคะ ไม่ใช่ว่ากรรมการจะช่วยใครมั่วซั่วได้

ความจริงก็คือ ในการสอบสนทนาแต่ละประเด็น ย่อมมีความง่าย ความยาก มากน้อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับผู้เข้าสอบว่าจะมีความสามารถ ทักษะภาษา และการเตรียมตัวมาอย่างไรค่ะ ด้วยเหตุนี้ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้งค่ะ

  1. เขาลือกันว่าอยากได้แบนด์สูง ต้องมีสำเนียงไฮโซ

จริงอยู่ที่การออกเสียงเป็น 1 ใน 4 ส่วนที่ Examiner จะให้คะแนนด้วย แต่ทั้งนี้ การออกเสียงที่ว่า จะเน้นการลงน้ำหนักคำและประโยคที่ถูกต้องนะคะ ไม่ใช่สำเนียงค่ะ ดังนั้น เพื่อนๆ ที่พูดอังกฤษธรรมดา แต่ออกเสียงถูกต้อง ลงน้ำหนักคำถูกต้อง ก็ได้คะแนนสูงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเพื่อนๆ ที่พูดอังกฤษสำเนียงผู้ดีมาเองค่ะ

ดังนั้น ความจริงก็คือ Examiner ไม่ได้ให้คะแนนสำเนียง แต่ให้คะแนนความถูกต้องของการออกเสียงและรูปแบบการลงน้ำหนักคำและประโยคที่ถูกต้องค่ะ

  1. เขาลือกันว่าอย่าพูดด้วยประโยคโครงสร้างซับซ้อน

แหม ลือกันได้ ลือกันดี ในการสอบสนทนานั้น Examiner เขาก็ดูความสามารถทางโครงสร้างของเราด้วยนะคะ ถ้าเราพูดด้วยประโยคความเดียวบ่อยๆ คนฟังก็จะเห็นว่าน่าเบื่อค่ะ แม้ว่าจะถูกไวยากรณ์เป๊ะๆ ก็ตาม ดังนั้น เพื่อนๆ ควรลองพูดด้วยประโยคความรวมหรือประโยคความซ้อนบ้างก็ได้ เช่น การใช้รูปประโยคแสดงเงื่อนไข (If I had a chance to pursue a master degree in Cambridge, I’d study linguistics.) การใช้รูป Indirect Speech (My teacher recommended that I should study engineering.) หรือการใช้ Modal auxiliary ในการแสดงความเป็นไปได้ ความไม่แน่ใจ เป็นต้น (I may be wrong, but I think that pollution in Bangkok is still a big problem.) เห็นมั้ยคะว่า คอร์ส Grammar Brush-Up ของสถาบันของเราก็สามารถช่วยเพื่อนๆ ในการสอบสนทนาได้ค่ะ

สรุป ความจริงก็คือ ใช้ประโยคโครงสร้างซับซ้อนในการพูดบ้าง แม้ว่าอาจจะผิดไวยากรณ์ เพื่อช่วยสร้างสีสันในการนำเสนอของเรา ทำให้กรรมการเห็นความพยายามและให้คะแนนเรา จะดีกว่าใช้แต่ประโยคความเดียวง่ายๆ น่าเบื่อและไม่ได้คะแนนอะไรเพิ่มด้วย

  1. เขาลือกันว่าถ้าไม่รู้คำตอบ ก็จะไม่ได้คะแนนเพิ่ม

อันนี้เป็นความเชื่อผสมความกลัวนะคะ ไม่จริงอย่างเด็ดขาด ในการสอบสนทนานั้น Examiner ดูวิธีการแก้ปัญหาในการพูดของนักเรียนค่ะ เราไม่ได้รู้ไปหมดทุกอย่างนี่นา แต่จะทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหานี้ นั่นคือสิ่งที่กรรมการเขาวัดจากเราค่ะ

ขอให้เพื่อนๆ จงจำไว้ว่า การสอบสนทนา ไม่มีคำตอบที่ถูกและผิด นะคะ ตัวอย่างเช่น ถ้ากรรมการถามว่า  “How do teenagers have fun in your country?” แต่เพื่อนๆ ไม่รู้ว่าจะตอบยังไง (อารามตื่นเต้น) ก็อาจจะเอาตัวรอดด้วยการพูดว่า

“I’m not sure I can answer the question accurately, as I’m not a teenager anymore, but I could tell you about how I used to have fun when I was teenager. I expect this has changed a lot because…”

แค่นี้ Examiner ก็เห็นวิธีการแก้ปัญหาของเราแล้วล่ะ ดีกว่าพูดแค่ I’m sorry. I don’t have any idea for this question. เป็นไหนๆ ดังนั้น ความจริงก็คือ ถ้าเราไม่รู้คำตอบจริงๆ ให้อธิบายว่าทำไมเราจึงไม่รู้คำตอบนั้นๆ เพราะคำตอบของการสอบพูดไม่มีคำตอบไหนที่ถูกและผิดค่ะ

  1. ให้จดโน้ตย่อเสมอสำหรับการสอบสนทนาในส่วนที่สอง

เอ่อม เพื่อนๆ คะ เพื่อนๆ มีเวลาเตรียมตัวในการสอบสนทนาหัวข้อนี้แค่หนึ่งนาทีนะคะ ถ้าเพื่อนๆ มัวแต่จดๆๆๆ ก็หมดเวลาก่อนแล้วล่ะค่ะ สิ่งที่เพื่อนๆ จะต้องทำก็คือ เมื่อเพื่อนๆ อ่านประเด็นหัวข้อที่กรรมการแสดงให้ดู ให้เพื่อนๆ ใช้สมองคิดถึงสิ่งที่จะพูดเลยค่ะ แล้วพยายามลำดับเรื่องว่าจะนำเสนอในขั้นตอนหรือประเด็นก่อนหลังอะไรบ้างในเวลาที่มีอยู่ อย่าตื่นเต้น นึกถึงตัวอย่าง นึกถึงประเด็นที่เกี่ยวข้อง เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน แล้วนำเสนอโลดค่ะ

ความจริงไม่อิงนิยายก็คือ ใช้การลำดับความคิดในการนำเสนอดีกว่าการจดลงกระดาษค่ะ เพราะเวลาเตรียมตัวมีน้อย ใช้เวลาให้คุ้มค่านะคะ

  1. ถ้าเก่งไวยากรณ์ จะได้แบนด์สูง

การสอบสนทนา IELTS ไม่ได้วัดคะแนนสูงหรือต่ำกันที่ไวยากรณ์เพียงด้านเดียว แต่ยังวัดทักษะการใช้คำศัพท์ การพูดที่มีเนื้อหาเชื่อมโยงประเด็นต่างๆ เข้าด้วยกัน รวมทั้งการออกเสียง การลงน้ำหนักเสียงที่ถูกต้องด้วย เพื่อนๆ ลองคิดดูสิคะว่า ถ้าเพื่อนๆ เก่งแต่ไวยากรณ์ แต่ทักษะอย่างอื่นไม่ได้เลย จะได้คะแนนสูงไปได้อย่างไร จริงไหมคะ ดังนั้น ทักษะในการเชื่อมโยงใจความหรือประเด็นในการพูดก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เวลาเพื่อนๆ พูด ลองใช้คำเชื่อมเหล่านี้ดูสิคะ เพื่อทำให้ประเด็นที่เพื่อนๆ พูดนั้นมีความน่าสนใจและมีความต่อเนื่องยิ่งขึ้น

  • Firstly, secondly, last but not least (เพื่อบอกลำดับขั้นตอน)
  • Moreover, furthermore, in addition (เพื่อเพิ่มเติมประเด็น)
  • Consequently, therefore, as a result (เพื่อบอกเหตุผล)
  • In order to, so as to, so that (เพื่อบอกวัตถุประสงค์)
  1. ถ้าพูดโดยไม่ลังเล จะสร้างความประทับใจให้กรรมการสอบได้

อย่างที่บอกไว้ในข้อ 6 นะคะว่า การพูดนั้น ถ้าเพื่อนๆ แสดงความคล่องทางภาษาและการสื่อสารออกมา ผู้ฟังก็จะรู้สึกว่าเราพูดเก่ง แต่ในการสอบ IELTS เขาไม่ได้วัดแต่ความคล่องแคล่วในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารเพียงอย่างเดียว แต่ยังพิจารณาเรื่องการเชื่อมโยงประเด็นอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ หากเพื่อนๆ จะหยุดหายใจหรือหยุดคิดเพื่อให้พูดช้าลง ไม่หลงประเด็น นั่นไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ พูดไม่คล่องและจะโดนหักคะแนนนะคะ แต่นั่นหมายถึงทักษะหรือความสามารถในการรวบรวมความคิด การใช้สติเพื่อพิจารณาประเด็นต่างๆ แล้วนำเสนอออกมาให้มีลำดับขั้นตอนและเป็นเหตุผลค่ะ

  1. แม้ไม่เข้าใจคำถาม ก็ต้องตอบ

หากเพื่อนๆ ไม่เข้าใจคำถาม ขอแนะนำให้เพื่อนๆ ขอให้ Examiner ทวนคำถามนั้นซ้ำหรืออธิบายประเด็นของคำถามนั้นให้กระจ่างอีกครั้งหนึ่งก็ได้ อาจจะใช้ประโยคขอร้องดังต่อไปนี้

 

  • I’m not quite sure I understand what you mean. Can you repeat the question, please?
  • I don’t think I know what you mean. Do you mind repeating the question, please?

ขอให้เพื่อนๆ จำไว้ว่า การขอให้กรรมการสอบทวนคำถามที่ไม่เข้าใจไม่ทำให้เราเสียคะแนนไปแต่อย่างใด แต่ถ้าเราขอให้กรรมการทวนคำถามเดิมมากกว่าหนึ่งครั้งขึ้นไป กรรมการอาจจะคิดว่าเรามีปัญหาด้านการทำความเข้าใจการสื่อสารภาษาอังกฤษและอาจจะหักคะแนนได้ในที่สุด

  1. คำถามใน Part 2 ต้องตอบให้ครบทั้งหมดจึงได้คะแนนสูงๆ

อันนี้เป็นความเชื่อที่ผิดนะคะ ในส่วนที่สองของการสอบสนทนานั้น จะมีประเด็นสำคัญและคำถามอยู่สี่ข้อค่ะ ดังนั้น หากเป็นไปได้ แนะนำให้ตอบคำถามให้ครบเท่าที่จะทำได้ภายในเวลาที่กำหนด แต่การตอบไม่ครบทุกคำถามใน cue card นั้น IELTS Examiner ก็ไม่ได้หักคะแนนแต่อย่างใด ค่ะ

  1. ถ้าไม่รู้ว่าจะพูดอะไรใน Part 3 ก็เอาประเด็นใน Part 2 ที่เสนอไปมาพูดซ้ำ

จุดประสงค์ของการสอบพูดในส่วนที่สามคือ การนำเสนอประเด็นในส่วนที่สองที่มีแนวคิดลึกซึ้งและเป็นนามธรรมมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เพื่อนๆ ควรแสดงให้กรรมการสอบเห็นว่าเราสามารถนำเสนอและสรุปรวบยอดความคิดที่ลึกซึ้งได้

มีเทคนิคการใช้คำเพื่อนำเสนอและสรุปรวบยอดประเด็นมาให้เพื่อนๆ ลองนำไปใช้ดูในการสอบดังต่อไปนี้ค่ะ

การแสดงความเห็น

  • As far as I’m concerned,…
  • What I think is this:
  • I strongly believe that…
  • From where I stand,

การเปรียบเทียบความเหมือนหรือความแตกต่าง

  • On the one hand…, on the other hand…
  • While…
  • …whereas…
  • Both…
  • Similarly,…

การสรุปรวบยอดประเด็นความคิด

  • The bottom line is…
  • In a nutshell,
  • All in all,
  • To sum up,

เห็นไหมคะว่า ความเชื่อที่ผิดๆ ต่างๆ ทั้งสิบข้อนี้ ถ้าเพื่อนๆ ทำความเข้าใจเสียใหม่ให้ถูกต้อง เพื่อนๆ ก็จะสามารถเห็นวิธีการแก้ไขปัญหาในการสอบสนทนาหรือสอบพูด IELTS ให้เหมาะสม ถูกต้องยิ่งขึ้น ที่สถาบันของเรามีอาจารย์เจ้าของภาษาที่สามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเพื่อนๆ ในการพูดภาษาอังกฤษได้ ลองติดต่อมาดูนะคะ

อยากได้แบนด์สูงๆ ก็ต้องพยายามฝึกฝนบ่อยๆ สู้ๆ ค่า

Oxbridge Institute

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)