ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนกรกฎาคม วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 6 กรกฎาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 8 กรกฎาคม วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 27 กรกฎาคม ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 2 กรกฎาคม, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 4 กรกฎาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 21 กรกฎาคม คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 28 มิถุนายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 8 กรกฎาคม ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 25 มิถุนายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 24 กรกฎาคม ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 25 มิถุนายน, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 30 มิถุนายน ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันอาทิตย์ เริ่ม 9 กรกฎาคม, วันธรรมดา เริ่ม 24 กรกฎาคม ค่ะ

IELTS Speaking – เทคนิคการพูดภาษาอังกฤษแบบฝรั่ง

หลายคนคงมีปัญหาเวลาต้องคุยกับชาวต่างชาติใช่ไหมค่ะ ไม่ว่าจะเป็นน้องๆ ที่กำลังเรียน General English หรือ แม้กระทั่งน้องๆ ที่เรียนเตรียมตัวจะเรียน IELTS ด้วยค่ะ วันนี้พี่มีหนังสือดีๆ มาแนะนำค่ะ เป็นหนังสือของคุณ Andrew Bigg  เล่มนึงน่าจะเป็น pocket book เล่มแรกนะค่ะ ชื่อ “วิธีพูดภาษาอังกฤษเหมือนฝรั่ง” ค่ะ โดยคุณ Andrew Bigg ได้ใช้ประสบการณ์จากส่วนตัวตั้งกฎขึ้นมา 10 ข้อ ค่ะ พี่ก็เลยเอามาบอกต่อ พร้อมอธิบายสั้นๆให้ด้วยนะค่ะ


กฎ 10 ข้อ(แถมอีก 1 ข้อ) ของแอนดรูว์ บิ๊กส์ มีดังนี้ค่ะ
1. RULE NUMBER ONE – FORGET THE RULES (ลืมกฎซะเถอะ)
การ พูด ไม่ใช่การเขียนนะค่ะ ถ้าเรามัวแต่จดจ่ออยู่กับเรื่องไวยากรณ์มากเกินไป เราอาจจะลืมเรื่องอื่นไปทันทีเลยก็ได้ การพูดคือ การสื่อสาร ดังนั้น กฎข้อแรกคือ ให้ลืมกฎ แล้วพูดไปเลย

2. RULE NUMBER TWO – MAKE MISTAKES (จงพูดผิด)
การพูดผิดเป็นบทเรียนที่เยี่ยมมากและดีที่สุดควรจะทำบ่อยนะค่ะ โดยปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ ถ้าเกิดเราพูดผิดยังไงเขา (ชาวต่างชาติ) ก็ต้องแก้ให้ เหมือนกันที่เมื่อเพื่อนชาวต่างชาติของเราพูดผิดเราก็แก้ให้เขาเหมือนกันใช่ไหมค่ะ แต่มันจะทำให้ครั้งต่อไปเราจะจำได้ดีขึ้นและไม่พูดผิดอีกนะค่ะ

3. RULE NUMBER THREE – DON’T TRANSLATE(ห้ามแปลตรงตัว)
เมื่อเราพูดภาษาไทย เราก็คิดเป็นภาษาไทย เพราะฉะนั้นเมื่อเราพูดอังกฤษ ก็ต้องคิดให้เป็นอังกฤษ ด้วยเหมือนกันนะค่ะ แต่ถ้ากลัวว่าทำอย่างนั้นแล้วจะพูดผิด ก็กลับไปอ่านกฎข้อ 2 อีกทีนะค่ะ

4. RULE NUMBER FOUR – KEEP IT SIMPLE(ใช้ภาษาแบบง่ายๆ)
จุดประสงค์การพูดก็คือ ต้องการสื่อความหมายให้เข้าใจกัน เพราะฉะนั้น ต้องใช้ศัพท์ที่อีกฝ่ายเข้าใจได้ง่าย ยิ่งง่ายก็จะยิ่งดีทั้งกับเราและกับเขานะค่ะ
5.RULE NUMBER FIVE – COULD YOU PLEASE SLOW DOWN?(กรุณาพูดช้าๆหน่อย)
เป็นเรื่องจริงที่ว่า ชาวต่างชาติบางคนพูดเร็ว บางคนพูดไม่ชัดอีกต่างหาก แล้วถ้าเกิดเราต้องเจอกับปัญหานี้ไม่ต้องกลัวค่ะ ถ้าฟังไม่ทันก็ให้เขาพูดช้าๆ หน่อยก็ได้
6.RULE NUMBER SIX – LELAX(ทำตัวสบายๆ)
คนไทยเป็นโรคเกร็งเวลาเจอชาวต่างชาติ ดังนั้นหายใจให้ลึกๆ แล้วนึกว่าตัวเองลอยได้และยิ้ม เมื่อรู้สึกสบาย คุณจะพูดได้คล่อง คิดได้ง่ายขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

7. RULE NUMBER SEVEN – LISTEN AND COPY (ฟังแล้วเลียนแบบ)
เปิดหูให้กว้าง ฟังวิธีที่ฝรั่งออกเสียงคำแต่ละคำ เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่เลยค่ะ หรือจะฝึกภาษาอังกฤษจากหนังก็ดีนะค่ะ ฝึกฟังแล้วเลียนแบบ เราจะได้ออกเสียงเป็น เผลอๆสำเนียงดีไปในตัวด้วย

8. RULE NUMBER EIGHT – GUESS (เดา)
ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าใจทุกคำที่คุณได้ยินในภาษาอังกฤษ ฟังเพียงคำสำคัญๆในแต่ละประโยค จับใจความสำคัญก็พอแล้ว ส่วนที่เหลือมักจะไม่ค่อยจำเป็นค่ะ เราสามารถเดาได้ แต่ถ้าถามว่า “แล้วเมื่อไรจะเข้าใจได้ทุกคำเสียทีล่ะ” คำตอบอยู่ที่ข้อต่อไปค่ะ
9. RULE NUMBER NINE – GIVE YOURSELF TIME (ต้องให้เวลากับตัวเอง)
อย่าท้อใจเด็ดขาด อย่าแม้แต่จะคิดนะค่ะ เราต้องให้เวลากับตัวเองในการฝึกภาษาอังกฤษ ให้ภาษาอังกฤษเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา และใช้มันทุกวัน ไม่ใช่เห็นภาษาอังกฤษเป็นเรื่องหน้าเบื่อนะค่ะ ต้องสนใจที่จะขวยขวายและเรียนรู้ด้วยค่ะ
10. RULE NUMBER TEN – READ READ READ (อ่าน อ่าน และอ่าน)
การอ่านเป็นวิธีการที่ดีมากที่จะช่วยให้คุณพูดภาษาอังกฤษได้ดีนะค่ะ แต่ต้องเลือกในสิ่งที่เราอยากอ่าน ไม่ใช่ถูกบังคับให้อ่าน ชอบอ่านเรื่องไหน สนใจเรื่องไหนก็เลือกเรื่องนั้นๆ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ จะมีบางส่วนที่เราชื่นชอบอยู่ด้วยแน่นอน เพราะเมื่อเรามันจะเข้ามาในหัว จนบางทีอาจเก่งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวก็ได้นะค่ะ

11.แถมอีกกฎหนึ่ง – FIND A FOREIGN FRIEND (หาเพื่อนฝรั่ง)
ถ้าน้องๆ มีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ น้องๆ ก็สามารถฝึกหัดภาษาอังกฤษได้ทุกวัน ใช้โทรศัพท์คุยกับเพื่อน เสียเงินไม่มากแต่จะได้เข้าใจวัฒนธรรมของคนต่างชาติดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ถ้าน้องๆ สนใจเพิ่มเติมก็สามารถหามาอ่านได้จาก หนังสือ “วิธีพูดภาษาอังกฤษเหมือนฝรั่ง” ของคุณ Andrew Bigg นะค่ะ

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)