ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนพฤษภาคม วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 27 พฤษภาคม เดือนมิถุนายน วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 1 มิถุนายน, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 8 มิถุนายน ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 31 พฤษภาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 3 มิถุนายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 20 มิถุนายน คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 2 มิถุนายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 4 มิถุนายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 21 มิถุนายน ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 7 มิถุนายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 25 มิถุนายน ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 31 พฤษภาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 10 มิถุนายน ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดา เริ่ม 15 พฤษภาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 2 กรกฎาคม ค่ะ

[IELTS Tips] Skimming and Scanning (ตอนที่ 1)

IELTS Tips

Skimming and Scanning (ตอนที่ 1)

            ในการสอบวัดทักษะการอ่านของ IELTS คงต้องมีเพื่อนๆ บางคนอ่านไม่ทันเวลา ทำข้อสอบได้ไม่ครบ หรือทำข้อสอบครบแต่ไม่มีเวลาตรวจคำตอบให้แน่ใจใช่มั้ยคะ นี่เป็นเรื่องธรรมดาของผู้เรียนภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศอย่างเราๆ ค่ะ ไม่ต้องตื่นตกใจไป แต่ต้องอาศัยการฝึกฝนอ่านบ่อยๆ จนชินและรู้จักเคล็ดลับบางอย่างเพื่อช่วยให้เรามีเวลาทำข้อสอบได้อย่างถูกต้องและมีเวลาเหลือพอที่จะตรวจแก้ค่ะ

Scanning-Skimming1

photo credit: youtube.com/watch?v=Ynjmr8uuJsk

ในตอนนี้ เพื่อนๆ จะได้รู้วิธีการอ่านประเภทหนึ่งที่เราเรียกกันว่าการ skimming ค่ะ ซึ่งไม่ใช่ของใหม่อะไรเลย เพราะเป็นการกวาดสายตาอ่านและค้นหาใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านหรือเนื้อหาโดยรวมๆ ค่ะ สรุปได้ว่า การ skimming ใช้สำหรับการอ่านข้อความเพื่อหา Main Idea นั่นเอง เพื่อนๆ ยังคงจำกันได้นะคะ

ใครยังไม่ทราบว่าการอ่านแบบ Scanning และ Skinning คืออะไร ไปดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.oxbridge.in.th/grammar-tips/scanning-skimming-for-ielts

ประโยชน์ของการ skimming นอกจากจะช่วยประหยัดเวลาในการทำข้อสอบอ่านแล้ว ยังใช้สำหรับการเตรียมตัวอ่านเนื้อหาคร่าวๆ ของข้อความต่างๆ ทำให้เราได้รู้ว่าข้อความนั้นๆ เกี่ยวกับเรื่องอะไร จะได้ไม่หลงเข้าใจผิดยังไงล่ะคะ นอกจากนั้น skimming ยังใช้เพื่อตรวจแก้ไขข้อความที่เราอ่านหรือเขียนไปแล้ว ทำให้เราแน่ใจได้ว่า สิ่งที่อ่านหรือเขียนนั้นถูกต้อง

เห็นมั้ยคะ skimming นั้นมีประโยชน์หลายสถานกันเลยทีเดียวเชียว เพื่อนๆ คงต้องหัดใช้วิธีนี้ในการทำข้อสอบเพื่อให้ประหยัดเวลามากขึ้น วิธีง่ายๆ ก็คือ การฝึกฝนด้วยตนเองบ่อยๆ และทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ค่ะ

  1. ถ้ามีชื่อเรื่องหรือหัวเรื่อง ให้อ่านด้วยความตั้งใจและทำความเข้าใจอย่างถี่ถ้วน เพราะชื่อเรื่องหรือหัวเรื่องนั้นเป็นการสรุปข้อความสำคัญทั้งหมดของเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องยาวๆ การเข้าใจหัวเรื่องก่อน จะช่วยเพื่อนๆ ประหยัดเวลาในการทำข้อสอบจ้ะ
  2. ถ้าเรื่องนั้นมีหัวข้อรอง หรือพาดหัวรอง (ถ้าเป็นข่าว) ให้อ่านด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้จะเชื่อมโยงความคิดสำคัญเข้ากับหัวเรื่องหลัก
  3. อ่านย่อหน้านำ หรือ introduction ให้เข้าใจ เพราะย่อหน้านำมักจะมี Main Idea ที่ช่วยสรุปใจความของเรื่องทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน
  4. ถ้ามีเวลา ให้อ่านย่อหน้าแรกที่ถัดจากย่อหน้านำ เพราะจะเป็นตัวที่ทำให้เราแน่ใจได้ว่าเนื้อหาที่เรากำลังอ่านอยู่นั้น เราเข้าใจได้ถูกต้องมากน้อยเพียงใด
  5. ที่เหลือให้อ่านแต่เฉพาะประโยคแรกของย่อหน้าถัดไปเรื่อยๆ แล้วหา Main Idea ของแต่ละย่อหน้าให้เจอ เพื่อนๆ อาจจะขีดเส้นใต้หรือทำเครื่องหมายไว้กันลืมก็ได้ ส่วนใหญ่ Main Idea จะอยู่ตรงประโยคแรกของทุกๆ ย่อหน้าจ้ะ
  6. ถ้าเพื่อนๆ มีเวลาพอ ให้ลองกวาดสายตาหาคำบางคำที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับใจความสำคัญของเรื่องทั้งหมด คำพวกนี้ ผู้เขียนอาจจะใช้การซ้ำคำหรือใช้คำที่มีความหมายเหมือนกัน (synonym) ก็ได้ หรืออาจจะเป็นคำที่พิมพ์ตัวหนา ตัวเอียง หรือ ขีดเส้นใต้ รวมทั้งคำแปลกๆ หรือชื่อเฉพาะที่ไม่คุ้นตา เป็นต้น วิธีนี้ ไม่จำเป็นต้องอ่านอย่างละเอียดแต่เป็นการค้นหาคำอย่างรวดเร็วด้วยการกวาดสายตาอย่างรวดเร็ว
  7. สุดท้าย ให้เพื่อนๆ ตั้งใจอ่านย่อหน้าสุดท้าย เพราะเป็นการสรุปเนื้อหาทั้งหมด

เห็นมั้ยคะ ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย การ skimming นี่ เพียงแต่เพื่อนๆ อาจจะต้องใช้การฝึกฝนมากหน่อยและสม่ำเสมอ เพราะเพื่อนๆ บางคนยังชินกับการอ่านย่อหน้าแบบช้าๆ คำต่อคำไปเรื่อยๆ ทำให้เสียเวลาในการทำความเข้าใจเรื่องทั้งหมดไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะในการข้อสอบนั้น เวลาทุกวินาทีมีค่าสำหรับเรามากค่ะ

คราวนี้ เราลองมาทำแบบฝึกหัดการ skimming กันหน่อยดีไหมเอ่ย?

ให้เพื่อนๆ ลองอ่านบทความสั้นๆ ต่อไปนี้แล้วคิดดูว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร? มีคำสำคัญอะไรบ้างที่โยงไปสู่ใจความสำคัญหรือ Main Idea นั้นๆ? ไม่มีรางวัลแต่มีเฉลยท้ายเรื่องจ้า

Although the earliest computers were developed in the US during the first decades of the 20th century, it was not until the beginning of the 1970s that computers (known as ‘mainframe’ computers) were used in industry and business. At this stage, however, computers were so large they needed a room of their own, and were not practical in the workplace.

Nevertheless, soon afterwards, rapidly evolving technology produced smaller, more practical, desktop computers, which were developed commercially between the late 1970s and the mid-1980s. Despite this, it was only in the late 1980s that personal computers (PCs) became standard equipment in the workplace.

Subsequently, and especially during the first 10 years of the 21st century, the concept of the workplace has been revolutionized. By creating virtual environments, technology has freed businesses from the restrictions of time and place. Thanks to sophisticated communication software, colleagues in countries such distant as Australia and the UK can talk to each other through their PCs, laptops, tablets and mobile phones, meeting almost as if they were in the same room and no longer limited to their physical location.

เฉลย

เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ “พัฒนาการของคอมพิวเตอร์ในสำนักงานหรือที่ทำงาน” นั่นเองค่ะ โดยเราสามารถเดาได้จาก Main Idea ในประโยคแรกของย่อหน้าแรก และในเรื่องนี้ยังมีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องซึ่งเชื่อมโยงกับใจความสำคัญมากมาย เช่น ‘mainframe’ computers, workplace, industry, business, desktop computers, personal computers (PCs), virtual environments, colleagues, laptops, tablets และ mobile phones เป็นต้น

ในตอนหน้า เราจะมาต่อกันด้วยเรื่องของการ scanning บทความที่อ่าน รับรองว่าน่าสนใจไม่แพ้กันค่ะ 🙂

Oxbridge Institute

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)