ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนกุมภาพันธ์ วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 1 กุมภาพันธ์, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 4 กุมภาพันธ์, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 21 กุมภาพันธ์ ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 12 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 22 มกราคม, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 2 กุมภาพันธ์ คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 11 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 29 มกราคม ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 9 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 29 มกราคม ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 11 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 22 มกราคม ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันอาทิตย์ เริ่ม 29 มกราคม, วันธรรมดา เริ่ม 6 กุมภาพันธ์ ค่ะ

[เทคนิค IELTS] เคล็ดไม่ลับกับการหา Main Idea ในข้อสอบ IELTS Reading

IELTS Tips

เคล็ดไม่ลับกับการหา Main Idea ในข้อสอบ Reading

How to find the main idea

เพื่อนๆ ที่กำลังตั้งหน้าตั้งหาติวข้อสอบหรือเคยผ่านการสอบ IELTS มาคงจะได้ยินหรือได้เรียนเกี่ยวกับ Main Idea ของเรื่องที่เราจะอ่านหรือเขียนกันไม่มากก็น้อย บางคนถึงกับเบื่อไปเลยก็มี เพราะทุกๆ ครั้งที่เราจะอ่านหรือเขียนข้อความหรือเรื่องต่างๆ เจ้า Main Ideaนี้จะเป็นสิ่งที่อาจารย์หรือผู้สอนต่างก็ย้ำนักย้ำหนาว่ามีความสำคัญ

Main idea คืออะไร? หากใครยังไม่ทราบ สามารถหาข้อมูลเพิ่มกันได้ตาม Link ด้านล่างนี้เลยค่ะ

Main Idea คืออะไร?

ว่ากันง่ายๆ แบบภาษาชาวบ้านก็คือ Main Idea เป็นเหมือนกับไฟฉายนำทางไม่ให้เราหลงทิศหลงทางเดินสะเปะสะปะในความมืดยังไงล่ะคะ ติ๊ต่างว่าเพื่อนๆ เดินคนเดียวอยู่ในถ้ำมืด ถ้าไม่มีไฟให้แสงสว่างแก่เรา เราก็อาจจะต้องเสียเวลาในการคลำทางไปสู่ปากถ้ำนานหรือไม่ก็อาจจะเดินไปสู่ทางที่ผิดได้ เพราะไม่รู้อะไรเลย แต่ถ้าเรามีไฟฉายหรือคบไฟในมือ แน่นอนว่า เวลาที่เสียไปในการคลำทางออกจากถ้ำนั้นก็จะน้อยลง

 

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าเจ้า Main Idea จึงเป็นสิ่งที่ผู้ต้องการฝึกฝนการอ่านหรือการเขียนภาษาอังกฤษ (หรือภาษาอื่นๆ ทุกภาษา) จำเป็นจะต้องเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจเรื่องที่จะอ่านหรือจะเขียนได้อย่างกระจ่างค่ะ ดังนั้น ทุกๆ ครั้งที่เราอ่านหรือเขียนเรื่องราวใดๆ เราจำเป็นต้องถามตัวเองเสมอว่า Main Idea อยู่ที่ไหน? และเกี่ยวกับอะไร? ถ้าเราทำได้อย่างนี้ ฝึกฝนได้อย่างนี้บ่อยๆ เราก็จะเป็นนักอ่านหรือนักเขียนที่ดีได้ นอกเหนือจากการทำข้อสอบ IELTS ได้ band สูงๆ ยังไงล่ะคะ

 

เกริ่นมาเสียยืดยาวเพื่อจะให้เพื่อนตระหนักถึงความสำคัญของ Main Idea คราวนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าในย่อหน้าหรือบทความต่างๆ นั้น เราสามารถจะพบ Main Idea ได้ที่ส่วนใดของเรื่องบ้าง

ส่วนใหญ่แล้ว Main Idea จะพบที่ประโยคแรกของย่อหน้าที่เราอ่านหรือถ้าหากข้อความที่เราอ่านเป็นเรื่องที่มีความยาวมาก เราจะพบ Main Idea ได้ในย่อหน้าแรก ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ หรือในบางกรณี เราอาจจะพบว่าเจ้า Main Idea อาจจะอยู่ที่ประโยคแรกของย่อหน้า หรืออยู่ท่ามกลางประโยคหรือข้อความสนับสนุน หรืออาจะอยู่ในประโยคสุดท้ายเลยก็ได้ แต่กรณีเช่นนี้เกิดน้อยมาก โดยเฉพาะในข้อสอบ IELTS เพราะผู้ออกข้อสอบไม่ต้องการให้เราเสียเวลามากในการคลำทางหา Main Idea อย่างไรก็ตาม เพื่อนๆ ควรจะระลึกเสมอว่า ถ้าไม่พบ Main Idea ในประโยคแรกของย่อหน้าหรือในย่อหน้าแรกของบทความยาวๆ ให้สังเกตประโยคที่อยู่ท้ายสุดของย่อหน้า หรือประโยคที่อยู่กลางย่อหน้า เพราะเจ้า Main Idea นั้นอาจจะซ่อนอยู่ในที่เหล่านี้ค่ะ

 

ลักษณะต่อไปที่สำคัญของ Main Idea ก็คือ จะต้องไม่มีใจความที่แคบหรือกว้างหรือมีเนื้อหาที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงโดยรวมของเรื่อ ประเด็นนี้ก็มีประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ ที่จะฝึกฝนการเขียนเรียงความเช่นกัน แต่จะไม่พูดถึงในที่นี้ เพราะบทความนี้เน้นเรื่องการอ่านนะคะ ถ้ามีโอกาสจะได้นำเสนอให้เพื่อนๆ เข้าใจกันต่อไปค่ะ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราอ่านเรื่องของปัญหาของมนุษย์ที่เกิดจากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน Main Idea ก็คงจะไม่พูดว่า People have problems in general. เพราะเป็นประโยคที่มีเนื้อความหลักกว้างจนเกินไป หรือก็คงจะไม่พูดว่า The only economic problem people are facing nowadays is caused by environmental threats. เพราะเป็นประโยค Main Idea ที่มีเนื้อความหลักแคบมากจนไม่อาจจะดำเนินเรื่องต่อไปได้ เป็นต้น

 

สรุปง่ายๆ ก็คือ ในการหา Main Idea เพื่อนๆ ต้องระลึกเสมอว่า ประเด็นจะต้องไม่กว้างมากหรือแคบมากจนเกินไป หรือผิดไปจากข้อเท็จจริงของเรื่องที่อ่าน นอกจากนั้น Main Idea จะต้องสอดคล้องกับประโยคหรือข้อความสนับสนุนทั้งหมดจากเรื่องที่เราอ่านอยู่ด้วย

เจ้า Main Idea นี้ยังมีชื่อเรียกต่างๆ ที่คล้ายคลึงและมีความหมายเดียวกันในคำถามในข้อสอบการอ่านที่เพื่อนๆ มักจะพบ เช่น central idea, main topic, the most accurate expression หรือ controlling idea เป็นต้น เพราะฉะนั้น ถ้าเพื่อนๆ ได้พบคำเหล่านี้อยู่ในข้อสอบหรือในคำถามล่ะก็ ให้แน่ใจได้เลยว่า เขากำลังทดสอบเราเกี่ยวกับเรื่อง Main Idea แน่นอนเลยค่ะ

 

ประเด็นต่อไปที่สำคัญก็คือ แล้วเราจะหา Main Idea ในข้อความที่อ่านเจอได้ยังไง?

คำตอบหรือเคล็ดไม่ลับสำหรับแก้ปัญหานี้ก็คือ เจ้า Main Idea นั้น อาจจะถูกย้ำบ่อยๆ ในรูปของการซ้ำคำหรือการใช้คำที่มีความหมายเหมือนกันก็ได้ ลองมาดูตัวอย่างกันนะคะ

In the past, a person had to do something exceptional to be known as a famous figure: climb a mountain, row single-handedly around the world or fight bravely in a war. But nowadays it is quite easy for a very ordinary person to become a superstar. We only need to upload a remarkable video to the internet, take part in a reality show, or make a controversial comment on a social media website for our names to be instantly recognized worldwide.

จากย่อหน้าข้างต้น จะเห็นได้ว่า Main Idea มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสื่อ (media) กับคนดัง (celebrity) ดังนั้น ผู้เขียนจึงใช้คำที่มีความหมายเหมือนกับคำสองคำที่กล่าวมา เช่น คำว่า the internet, reality show, social media, website superstar และ famous figure เป็นต้น

นอกจากการใช้คำซ้ำหรือคำที่มีความหมายเหมือนกันแล้ว Main Idea มักจะเกิดอยู่ในประโยคแรกของข้อความที่เราอ่าน ตามที่ได้เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นจ้ะ ตัวอย่างเช่น

At present, celebrities and the media are having a distinctly ‘love-hate’relationship. Whilst they recognize their mutual dependency, striking a balance between their respective interests is an ongoing challenge for both groups.

จากข้อความนี้ เราสามารถสรุปเจ้า Main Idea ว่าพูดถึง ความสัมพันธ์ของคนดังกับสื่อที่มีทั้งความเข้าใจ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันแต่ก็แฝงไว้ด้วยความไม่ลงรอยกัน เพื่อนๆ จะสังเกตเห็นว่า ประโยคแรกคือ Main Idea ในขณะที่ประโยคสนับสนุนคือประโยคที่ตามมาจ้ะ

คราวนี้ ถึงเวลาที่เพื่อนๆ จะได้ประลองฝีมือในการทดลองทำข้อสอบ IELTS ในส่วนของ Main Idea แล้วล่ะจ้ะ ให้เพื่อนๆ ลองอ่านย่อหน้าต่อไปนี้แล้วคิดเล่นๆ (ก่อนดูเฉลย) ว่า Main Idea คืออะไร? และปรากฏอยู่ที่ส่วนใดของย่อหน้า?

Sometimes too much of a good thing can become a very bad thing indeed. In an earnest attempt to consume a healthy diet, dietary supplement enthusiasts have been known to overdose. Vitamin C, for example, long thought to help people ward off cold viruses, is currently being studied for its possible role in warding off cancer and other diseases that cause tissue degeneration. Unfortunately, an overdose of vitamin C – more than 10,000 mg. – on a daily basis can cause nausea and diarrhea. Calcium supplements, commonly taken by women, are helpful in warding off osteoporosis. More than just a few grams a day, however, can lead to stomach upset and even kidney or bladder stones. Niacin, proven useful in reducing cholesterol levels, can be dangerous in large doses to those who suffer from heart problems, asthma, or ulcers.

คำตอบ

Main Idea ของเรื่องนี้คือ การรับประทานอาหารเสริมที่มากจนเกินไปจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้

Main Idea อยู่ที่ประโยคแรกของย่อหน้า

คราวหน้า IELTS Tips จะเป็นเรื่องอะไร ติดตามกันนะคะ 🙂

 

Oxbridge IELTS Institute

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)