ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนเมษายน วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 1 เมษายน, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 26 เมษายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 27 เมษายน ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 28 มีนาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 3 เมษายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 8 เมษายน คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 1 เมษายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 5 เมษายน ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 24 เมษายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 7 พฤษภาคม ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 7 เมษายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 30 เมษายน ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดา เริ่ม 8 พฤษภาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 2 กรกฎาคม ค่ะ

[IELTS Tips] เทคนิคการอ่านเร็วสำหรับทักษะ Reading

วันนี้พี่มีเทคนิคที่น้องบางคน Inbox ถามเข้ามาเกี่ยวกับวิธีการในการทำข้อสอบ Reading เมื่ออยู่ในห้องสอบ IELTS ให้ทันเวลา

น้องๆทราบไหมคะว่าจริงๆแล้วในการสอบ IELTS Reading 60 นาทีนั้น เราต้องเจอกับคำศัพท์อย่างน้อย 800 คำ ลองจินตนาการดูนะคะว่าเราจะสามารถหาคำตอบทั้ง 40 ข้อ จากจำนวนคำมากขนาดนี้ใน 1 ชั่วโมงได้อย่างไร? ฟังดูเหมือนจะยาก แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้พี่นำเทคนิคที่หากไปฝึกฝนให้คล่องแล้วนอกจากจะช่วยให้อ่านได้ทัน ยังจะช่วยพัฒนาให้เราสามารถตอบคำถามทั้ง 40 ข้อได้อย่างดีด้วยค่ะ ^^

เทคนิคการอ่านเร็วเพื่อสอบ ielts

นักเรียนหลายต่อหลายคนพลาดในการทำข้อสอบ IELTS Reading เพราะปัญหาหลักๆก็คือขาดความเข้าใจในเทคนิคการสอบและมีพื้นฐานในการอ่านช้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้วค่ะ

ดังนั้น สิ่งที่เราจะพูดถึงในวันนี้จะครอบคลุมกับหัวข้อเหล่านี้ค่ะ

  • ปัญหาของการอ่านช้า
  • ทำไมนักเรียนบางคนถึงอ่านได้ช้ากว่าคนอื่นๆ
  • ข้อได้เปรียบของการอ่านเร็ว
  • เมื่อไหร่ควรจะอ่านเร็วและเมื่อไหร่ควรจะอ่านอย่างละเอียด
  • ทำอย่างไรจึงจะเข้าใจเนื้อหาโดยใช้เวลาในแต่ละย่อหน้าให้น้อยลง

การอ่านเร็วทุกครั้งดีจริงหรือเปล่า?

การที่สามารถอ่านได้เร็วนับว่าเป็นประโยชน์มากในการสอบ IELTS แต่เทคนิคในการอ่านก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ บางครั้งหากเราเน้นไปที่การอ่านได้เร็วแต่เพียงอย่างเดียว อาจทำให้เราพลาดในการหาคำตอบที่ถูกต้องได้เช่นกัน ดังนั้น ที่ถูกต้องคือเราควรทราบว่าเมื่อไหร่ที่ต้องอ่านเร็ว และเมื่อไหร่ควรจะต้องอ่านอย่างระมัดระวัง

เมื่อไหร่ก็ตามที่เราต้องใช้วิธีการอ่านเร็ว เทคนิคที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและเป็นที่ทราบกันดี คือ เรามักจะใช้เทคนิคการอ่านแบบ 1. Skimming (การอ่านแบบข้าม) คือ การอ่านข้อความอย่างเร็วๆ เป็นจุดๆ เช่นการอ่าน 2-3 คำแรก หรือ 2-3 ประโยคแรกแล้วข้ามไป การอ่านมีจุดมุ่งหมาย 2 ประการ คือ เพื่อเก็บประเด็นหรือใจความสำคัญ และ อ่านเพื่อเก็บรายละเอียดที่สำคัญ เช่น การหาใจความสำคัญ (main idea ) ของบทความ

หรือ 2. Scanning (การอ่านจับจุด) คือ การอ่านผ่านๆ เพื่อจับประเด็นที่เราต้องการ เช่น ชื่อคน, เวลา, ตัวเลข หรือ คำสำคัญบางคำ เป็นต้น จุดประสงค์ของการอ่านชนิดนี้ เพื่อหาข้อมูลบางอย่างเท่านั้น เช่น การดูตารางเวลาเรียน, การดูเวลาเที่ยวบิน เป็นต้น

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอ่านทั้ง 2 แบบนี้ได้ที่ เทคนิคการอ่านเร็ว อ่านแบบ Scanning และแบบ Skimming Reading

การใช้เทคนิคทั้ง 2 อย่างนี้ได้คล่องแคล่วนั้นสำคัญมาก แต่ในความเป็นจริงก็ไม่ควรใช้ตลอดเวลา เพราะบางครั้งอาจทำให้เราพลาดข้อมูลสำคัญและตอบผิดได้

ถามว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? แน่นอนว่าในการสอบ IELTS Reading นั้น เราต้องเจอคำถามหลากหลายประเภท ซึ่งคำถามแต่ละประเภทก็เหมาะกับเทคนิคที่แตกต่างกัน ทั้ง Skimming, Scanning หรือการอ่านแบบละเอียด

สิ่งสำคัญก็คือ ก่อนเริ่มอ่านทุกครั้ง เราควรทราบเป้าหมายในการอ่าน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราพยายามหาว่าย่อหน้านั้นพูดถึงเรื่องอะไร เราควรอ่านที่ประโยคแรกและประโยคสุดท้ายก่อน เพราะคำตอบมักจะซ่อนอยู่ใน 2 ประโยคนี้ หากคุณต้องการหาคำหรือวลีบางอย่างที่โจทย์ถาม แนะนำให้ใช้การ Scanning เพื่อหาคำนั้นๆแทนการอ่านประโยคทั้งหมด หรือหากคุณต้องการหาว่าคำตอบใดที่โจทย์ถามนั้นถูกต้อง คุณอาจต้องอ่านเนื้อหาอย่างละเอียดแทน เป็นต้น

 

เทคนิคลับเพิ่มความเร็วในการอ่าน

จริงๆแล้วเรามักจะคิดและถูกสอนมาว่า สมองของคนเราสามารถแยกการอ่านได้ทีละคำเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง จากการวิจัย เทคนิคหนึ่งที่ถูกแนะนำเพื่อทำให้มนุษย์สามารถอ่านได้เร็วขึ้น คือ คนเราสามารถที่จะอ่านได้พร้อมๆกันทีละ 3-5 คำใน 1 ครั้ง  ลองมาดูตัวอย่างนี้กันค่ะ

Did you know that /your brain does not process/ words individually? Instead it processes them /in groups of 3-5 words together. /These are sometimes called ‘chunks’./ Unfortunately, many of us are /taught at school to read /each word individually/. Also, when reading in/ another language we often/ read and think about /the meaning of words individually.

จากตัวอย่างด้านบน หากเราอ่านทีละคำจะเสียเวลาอย่างมาก แต่ถ้าเราฝึกอ่านเป็นกลุ่มคำ (3-5 คำ) ตามที่ได้แบ่งไว้ จะอ่านได้เร็วขึ้น 3-4 เท่าเลยค่ะ วิธีการนี้อาจดูลำบากในช่วงแรกๆ แต่เมื่อฝึกฝนอย่างต่อเนื่องการอ่านจะเร็วขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

วิธีการฝึกก็คือ ใช้เวลาวันละ 10- 30 นาทีอ่านพวกบทความโดยใช้เทคนิคนี้ อย่าเพิ่งกังวลหากไม่สามารถเข้าใจทันทีได้ทุกๆคำที่อ่าน และห้ามหยุดสายตาที่คำใดคำหนึ่ง และให้อ่านอย่างต่อเนื่องอย่ากังวลมากนักกับคำที่ไม่เข้าใจความหมาย

หลังจากผ่านไป 5 นาที ลองบันทึกว่าเราสามารถอ่านไปได้สักกี่คำ ทำแบบนี้ไปประมาณ 2 อาทิตย์ จะเห็นผลว่าความเร็วในการอ่านเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเลยค่ะ

จริงๆแล้ววิธีการนี้แอบแฝงข้อดีที่สำคัญมากๆอยู่ข้อหนึ่งก็คือ วิธีนี้จะช่วยพัฒนาไวยากรณ์และคำศัพท์ของเราไปในตัว เพราะระหว่างที่อ่านเราจะเห็นรูปแบบของคำ, การจัดวางคำศัพท์ และรูปแบบการใช้ Collocations ซึ่งนอกจากจะพัฒนาความเร็วในการอ่าน วิธีนี้จะช่วยพัฒนาระดับของภาษาอังกฤษโดยรวมของเราด้วยค่ะ

ใครลองนำวิธีนี้ไปใช้แล้วได้ผลอย่างไร มาเล่าให้พี่ๆฟังบ้างนะคะ ^^

 

สรุปเทคนิคการทำข้อสอบ IELTS Reading จาก Examiner

  • บางครั้งในการสอบเราไม่จำเป็นต้องอ่านคำถามทั้งประโยค เพียงแค่ได้ในสิ่งที่โจทย์ต้องการก็สามารถเริ่มกระบวนการหาคำตอบได้ทันที
  • อย่าไปกังวลมากนักกับคำศัพท์ที่เราไม่ทราบความหมาย เราสามารถเดาความหมายคำนั้นๆโดยอาศัยประโยคใกล้เคียงหรืออาจไม่จำเป็นต้องทราบความหมายของคำนั้นแต่ก็สามารถตอบคำถามได้ (บางครั้งเองแม้กระทั่งเจ้าของภาษาก็อาจไม่เข้าใจความหมายนั้นๆเช่นกัน)
  • ในแต่ละข้อเรามีเวลาโดยเฉลี่ยที่ 90 วินาที แต่ต้องไม่ลืมว่าคำถามย่อมมีทั้งข้อที่ง่ายและข้อที่ยาก ดังนั้นอย่าใช้เวลาทุกข้อที่ 90 วินาที แต่ให้ใช้เวลาน้อยลงในข้อที่ง่าย เพื่อให้มีเวลามากขึ้นในข้อที่ยากกว่าค่ะ
  • ถึงแม้ว่าเราควรจะแบ่งเวลาให้มากขึ้นกับข้อที่ยาก แต่อย่าลืมว่าคำถามบางข้อมีไว้สำหรับคัดแยกผู้สอบ Band 8 และ 9 ดังนั้น ข้อแนะนำก็คือถ้าหาคำตอบไม่เจอใน 2 นาที อย่าเสียเวลากับมัน ให้ข้ามไปทำข้อต่อไปเลยค่ะ
  • พึงระลึกไว้เสมอว่าธรรมชาติของข้อสอบ IELTS นั้น ข้อง่ายมักอยู่อยู่ช่วงแรกๆและข้อที่ยากมักจะอยู่หลังสุด
  • ถ้าใครติดนิสัยชอบอ่านแล้วออกเสียงเบาๆไปด้วย ขอแนะนำให้เลิกทำ เพราะการออกเสียงไปด้วยนั้น ทำให้เราใช้เวลามากขึ้นในการอ่านและทำความเข้าใจกับความหมายของคำนั้นๆโดยเราไม่รู้ตัวค่ะ
  • ก่อนเริ่มอ่านบทความ แนะนำให้ทำความเข้าใจกับคำถามที่โจทย์ถามมาก่อน จะทำให้เราทราบเป้าหมายว่าเราต้องการหาอะไรค่ะ
  • พยายามใช้หัวข้อและรูปภาพทุกรูปที่โจทย์ให้มาให้เป็นประโยชน์ บางครั้งมันช่วยให้เราสามารถเดาทางได้ว่าบทความนั้นๆสื่อถึงเรื่องใด

 

สรุป 5 เทคนิคการฝึกอ่านเร็ว(แบบทั่วๆไป)

เทคนิคที่ 1 เวลาอ่านห้ามออกเสียง

การอ่านออกเสียงนั้นเกิดจากกระบวนการทางสมองหลายขั้นตอนซึ่งจะส่งผลให้อ่านล่าช้าขึ้น แต่ถ้าเราอ่านด้วยตาและสมอง ทำให้ลดการผ่านขั้นตอนต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้เราอ่านได้เร็วขึ้น

เทคนิคที่ 2 การอ่านไปข้างหน้าแบบการใช้ตาประสานมือ

วิธีการก็คือ เราอาจใช้มือหรือดินสอมาชี้ใต้ข้อความที่เราอ่านอยู่ มันจะช่วยให้เรามีสมาธิอยู่กับส่วนที่มอง ไม่วอกแวก โดยมีข้อแนะนำคือเวลาอ่านให้พยายามส่ายแต่เฉพาะสายตาเท่านั้น อย่าส่ายหัวไปด้วยเพราะอาจทำให้สมาธิหลุดได้

เทคนิคที่ 3 การอ่านเป็นช่วงๆ

เวลาเราโฟกัสที่จุดๆหนึ่งเราจะเห็นบริเวณข้างๆของจุดนั้นด้วย ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับการอ่านเป็นช่วงๆ การอ่านเป็นช่วงๆเราจะโฟกัสกลุ่มคำแทนที่จะอ่านเป็นคำๆ ให้มาอ่านเป็นกลุ่มคำแทน จะช่วยประหยัดเวลาได้มากขึ้น

เทคนิคที่ 4 การอ่านกลางบรรทัดในแนวดิ่ง

ทำได้โดยโฟกัสไปยังช่วงกลางของแต่ละบรรทัดโดยมีกรอบสายตามองส่วนข้างๆได้แก่ด้านขวาและซ้าย ซึ่งจะทำให้เราอ่านได้ครั้งละ1บรรทัดเลยทีเดียว การอ่านแบบนี้อาจต้องอาศัยความพยายามบ้าง แม้ตอนแรกที่เริ่มทำอาจจะไม่ถนัดนักแต่เมื่อฝึกไปเรื่อยๆ จะช่วยให้มีความชำนาญมากขึ้นเองค่ะ

เทคนิคที่ 5 การอ่านโดยใช้ระบบจำภาพ

คำที่ใช้อยู่บ่อยๆในชีวิตประจำวัน จริงๆแล้วเราสามารถจำภาพของคำได้โดยไม่ต้องคิดด้วยซ้ำว่าสะกดอย่างไร ซึ่งเกิดจากความมหัศจรรย์ของสมองเรานั่นเองสังเกตุได้จากแม้จะสะกดผิดแต่เราก็สามารถรู้ได้ว่าเป็นคำอะไรเช่น ‘การอาน่หันงสอืเปน็ปรจะำทกุวนัจะทำให้อาน่หันงสอืได้เรว็ขนึ้มกา’ เป็นต้น

 

 

ใครที่อยากหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคในการสอบ IELTS Reading ลองอ่านบทความก่อนหน้านี้ได้ที่

IELTS Reading: เผยเทคนิคการเดาข้อสอบประเภท TRUE, FALSE หรือ NOT GIVEN

เผย 5 เทคนิคที่ทำให้การเตรียมสอบ IELTS Reading เป็นเรื่องง่ายๆ

11 เทคนิคการอ่านเพื่อเตรียมสอบ IELTS

เคล็ดไม่ลับในการเตรียมสอบ Reading

Oxbridge IELTS Institute

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)