ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนตุลาคม วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 18 ตุลาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 28 ตุลาคม เดือนพฤศจิกายน วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 22 พฤศจิกายน ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 28 ตุลาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 6 พฤศจิกายน, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 14 พฤศจิกายน คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 21 ตุลาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 24 ตุลาคม ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 8 พฤศจิกายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 19 พฤศจิกายน ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 8 พฤศจิกายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 11 พฤศจิกายน ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดา เริ่ม 27 ตุลาคม ค่ะ

เทคนิคการทำสอบ IELTS – Part Listening

เทคนิคการทำสอบ IELTS – Part Listening

IELTS-Listening-Technic

ลองมาดูก่อนว่าเราต้องเจออะไรบ้างในการสอบ IELTS Listening

การทดสอบการฟัง (IELTS Listening) ใช้เวลานาน 30 นาที และประกอบไปด้วย 4 ส่วนย่อย ซึ่งทั้ง 4 หัวข้อจะต่างกันและความยากจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อจบในส่วนของการฟัง เราจะมีเวลาอีก 10 นาทีในการย้ายคำตอบไปยังกระดาษคำตอบ น้องๆ ต้องอ่านคำสั่งและคำแนะนำอย่างเคร่งครัดในข้อสอบแต่ละส่วน พาร์ทฟังทั้งหมดมี 40 คำถาม และแต่ละคำถามมีเพียงคำตอบเดียวที่ถูกต้อง แนะนำให้น้องๆเขียนคำตอบในกระดาษคำถามระหว่างการทดสอบ และย้ายไปยังกระดาษคำตอบในช่วงท้ายของการทดสอบ

 

ส่วนที่1 – เป็นบทสนทนาระหว่างคนสองคนที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างเช่น บทสนทนาเกี่ยวกับการเปิดบัญชีออมทรัพย์ธนาคาร หรือ การสอบถามเกี่ยวกับการเข้าพักเป็นต้น (ซึ่งโดยมากแล้วจะอยู่ในรูปแบบของการเติม Application form)

ส่วนที่2 – เป็นการพูดคนเดียว โดยอาจเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ในสังคมและชีวิตประจำวัน (มักจะไม่เป็นหัวข้อเชิงวิชาการ) อาจจะเป็นการให้ข้อมูลบางอย่าง เช่น แนะนำการเข้าชมพิพิธภัณฑ์, ข้อมูลเกี่ยวกับการประชุม เป็นต้น

ส่วนที่ 3 –  เป็นการสนทนาซึ่งอาจจะเป็นการสนทนาระหว่าง 3-4 คน ซึ่งเนื้อหาส่วนมากจะเกี่ยวกับด้านการศึกษา หรือการฝึกอบรมต่างๆ

ส่วนที่ 4 – เป็นการพูดคนเดียวในหัวข้อด้านวิชาการ อาทิเช่น การบรรยายของอาจารย์มหาวิทยาลัย

 

  • การสอบจะใช้เวลา 1 ชั่วโมง โดยเป็นการฟังจากไฟล์เสียง ประมาณ 30 นาที ผู้เข้าสอบควรจะเขียนคำต้องที่ได้ยินลงใน Question booklet เพราะหลังจากนั้น จะมีเวลาให้ Transfer คำตอบจาก Question booklet ไปยัง answer sheet อีก 10 นาที
  • ความยากของการฟังจะมากขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ ดังนั้นถ้าต้องการจะได้ Overall Band score 6.5 อย่างน้อย ควรจะต้องทำใน Part 1-2 ให้ผิดพลาดน้อยที่สุด (ประมาณ 16-18 คะแนน)

 

ข้อพึงระวังในการทำข้อสอบ IELTS Listening

ในการสอบ IELTS Listening พึงระลึกไว้เสมอว่า “กระดาษคำตอบ” คือสิ่งที่สำคัญที่สุด คะแนนทั้งหมดที่เราได้ในการสอบ IELTS Listening จะมาจากคำตอบทั้ง 40 ข้อที่เราใส่ลงไปในกระดาษคำตอบ ดังนั้น จงตรวจสอบให้แน่ใจว่าเราได้ใส่คำตอบลงไปในการะดาษคำตอบครบทั้ง 40 ข้อ และใส่ลงไปอย่างถูกต้อง (พบว่าหลายครั้ง ผู้เข้าสอบใส่คำตอบสลับข้อ ทำให้เสียคะแนนไปอย่างน่าเสียดาย)

ลองมาดู 4 ข้อพึงระวังในการใส่คำตอบลงไปในกระดาษคำตอบกันดีกว่าค่ะ

ข้อที่ 1 GRAMMAR – การใส่คำตอบที่ผิดไวยากรณ์ นั่นหมายถึงคะแนนที่เราต้องเสียไป ซึ่งจุดที่พบได้บ่อยๆเลย อาทิเช่น รูปเอกพจน์ หรือ พหูพจน์ รวมไปถึงการใส่ Article (a, an ,the) รวมไปถึงรูปแบบของ verb tense เช่น กริยาช่อง 2 และ ช่อง3 นอกจากนั้น ควรระวังในการใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ (Capitalization) กับ ชื่อต่างๆ เช่น  ประเทศออสเตรเลีย (Australia) หากใช้ australia จะถือว่าตอบผิด เป็นต้น

ข้อที่ 2 Spelling – การสะกดคำผิดเพียงเล็กน้อย อาจจะโดยเผลอเรอ ทำให้โดนตัดคะแนนในคำตอบนั้นๆทันที เช่น Useful แต่ตอบเป็น Usful หรือ Usefull ถือว่าผิดนะคะ

ข้อที่ 3 Handwriting – หลายครั้งลายมือที่อ่านยาก เป็นสาเหตุที่ทำให้โดนตัดคะแนนไปอย่างน่าเสียดาย เนื่องจาก IELTS Examiner ไม่สามารถอ่านคำตอบนั้นออก หรือเข้าใจว่าเราสะกดคำนั้นๆผิด เป็นต้น

ข้อที่ 4 Use all capitals – หากต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาทางด้านลายมือ หรือ การเผลอใช้ตัวพิมพ์เล็กในชื่อประเทศ Examiner แนะนำให้ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่เป็นหลักในการตอบ จะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาได้เป็นอย่างดีค่ะ

 

เทคนิคการทำสอบใน Part Listening ของ IELTS

  1. ก่อนเริ่มทำการสอบ จะมีเวลาที่มีค่าที่สุดประมาณ 1-2 นาที ในช่วงที่เป็นการแนะนำการสอบ…ไม่ต้องสนใจมากนัก…ให้ทำการอ่านคำถาม พร้อมทั้งวิเคราะห์ว่า ในช่องว่างต่างๆ นั้น (คำตอบ) ควรจะเป็นอะไร (part of speech) เป็น Noun, Verb, Adverb, Adjective, Number, Currency, Day, Date, etc. (อย่าลืมตัวเลขพิเศษ พวก $20, £10, 1st, 2nd, 3rd, 4th)
  2. จากนั้นทำการเขียนสิ่งที่ตนเองคาดเดาว่าจะต้องเป็นคำตอบ เอาไว้ใน Question booklet ให้เราเดาทุกอย่างที่จะเป็นไปได้เลย (เท่าที่เรามีเวลา)
  3. ทำซ้ำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ยินคำว่า “Now we shall begin” ต้องกลับมาที่คำถามแรก แล้วเตรียมตั้งใจฟังให้ดี
  4. อย่าลืมอ่าน Instruction ให้ดี ว่าให้เติมคำแบบไหน No more than three words, No more than two words เพราะในแต่ละ part มักจะไม่เหมือนกัน
  5. อย่าลืมฟังให้ดี ว่าแต่ละช่วงของการฟัง เริ่มจากข้อใดถึงข้อใด ดังนั้นเราควรขีดเส้นใต้เอาไว้เลย…. กันลืม
  6. เมื่อจบในแต่ละส่วน จะมีเวลาให้ทบทวนคำตอบและอ่านคำสั่ง ซึ่งเราควรใช้เวลาที่มีค่านี้ทำแบบเดิม (ตามข้อ 1)
  7. ในส่วนของการตอบคำถาม ถ้าหากเป็นตารางสังเกตให้ดีสำหรับทิศทางของการตอบในตาราง…เพราะไม่แน่นอน…บางทีไปทาง row บางทีไปทาง column บางทีก็มั่ว
  8. เขียนทุกอย่างที่ได้ยินเอาไว้….เลือกเอาเฉพาะที่สำคัญ อย่าลืมว่าสิ่งที่เราเดาไว้นั้น จะช่วยจำกัดการฟังของเราให้แคบลงว่าเราควรจะฟังอะไร
  9. อย่ารีบร้อน พยายาม ใจเย็นเพื่อรอฟังตามที่เราคาดเดาไว้ อย่ารีบ grab สิ่งที่ได้ยินในตอนแรก เพราะในการทดสอบ มักจะมีการแก้ไขคำพูดเสมอๆ เช่นพูดถึงวันที่มาถึง แต่ความจริงเราจะต้องตอบวันที่จะไป หรือ in three consecutive days หรือ เวลา ผู้พูดมักจะไม่พูดตรงๆ เช่น quarter to seven หรือ fifteen minutes to seven รวมถึงตัวเลข มักจะมีการแก้ด้วยเช่นกัน
  10. สำหรับโจทย์ที่เป็นแผนที่ หลังจากเราใช้เวลาในการดูหัวข้อต่างๆ แล้ว ผู้เขียนแนะนำให้ใช้นิ้วมือไล่ตามคำพูดไปเลย เพราะไม่เช่นนั้นเราจะสับสนว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหนแล้ว
  11. เรามีเวลาอีก 10 นาทีหลังจาก CD จบลง ตอน Transfer คำตอบ ให้ตรวจสอบอีกที ถึง Spelling และ General reference โดยดู Article ให้ดี เพราะจะสามารถช่วยระบุได้ว่าเป็น Singular countable noun (หลัง Article “a”) หรือเป็น Uncountable noun หรือเป็น General reference

 

อ่านเทคนิค Listening เพิ่มเติมได้ ที่นี่ค่ะ

OXBRIDGE INSTITUTE

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)