ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนพฤษภาคม วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 27 พฤษภาคม เดือนมิถุนายน วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 1 มิถุนายน, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 8 มิถุนายน ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 31 พฤษภาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 3 มิถุนายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 20 มิถุนายน คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 2 มิถุนายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 4 มิถุนายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 21 มิถุนายน ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 7 มิถุนายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 25 มิถุนายน ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 31 พฤษภาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 10 มิถุนายน ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดา เริ่ม 15 พฤษภาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 2 กรกฎาคม ค่ะ

[Writing Tips] 9 ข้อควรจำในการทำข้อสอบเขียน IELTS

9 ข้อควรจำในการทำข้อสอบเขียน IELTS

9 things you should know before IELTS Writing Exam

9 สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปสอบ IELTS Writing

เพื่อนๆ หลายคนที่เตรียมตัวสอบ IELTS มาเป็นอย่างดีและอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆ ที่สอบครั้งแรกหรือเพื่อนๆ ที่ต้องการสอบซ้ำเพื่อเพิ่มระดับแบนด์ของตัวเองให้สูงขึ้น คงจะเคยชินกับการทำข้อสอบเขียนมาแล้วว่าต้องใช้ความใส่ใจ ทักษะภาษา บวกกับการต้องแข่งกับเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดกันมาแล้วใช่ไหมคะ เรื่องภาษาคงเป็นเรื่องที่เพื่อนๆ ที่สอบ IELTS ได้ฝึกฝนกันมามากพอแล้ว แต่ยังมีข้อควรจำอื่นๆ อีกในการสอบ โดยเฉพาะการสอบเขียน ที่ผู้เข้าสอบควรจะนำไปใช้ เพื่อทำให้เพื่อนๆ ทำข้อสอบได้อย่างถูกต้องและทันเวลาค่ะ

ข้อควรจำในการทำข้อสอบเขียน IELTS มี 9 ข้อดังต่อไปนี้ค่ะ

  1. อ่านและตอบคำถามหรือประเด็นที่โจทย์ให้มา

ข้อนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและเป็นจุดเริ่มต้นลำดับแรกของการทำข้อสอบเขียนเลยล่ะค่ะ ให้เพื่อนๆ อ่านคำถามให้เข้าใจและตอบเฉพาะสิ่งที่โจทย์ถาม เพื่อนๆ อาจจะขีดเส้นใต้คำถามไว้ก็ได้เผื่อลืม สิ่งที่สำคัญก็คือ คำตอบของคำถามที่เราจะเขียนลงไปในเรียงความนั้น ต้องมาจากความรู้ ความคิดเห็นของเราเท่านั้น การลอกเอาข้อคิดหรือทฤษฎีอื่นๆ มาเขียนเป็นของตนเองจะทำให้เราเสียคะแนนไปโดยใช่เหตุนะคะ ยกเว้นว่าจะสามารถระบุไว้ชัดเจนว่า เป็นข้อมูลที่นำมาจากแหล่งใด หรือใครเป็นผู้พูดหลักการนั้นๆ เอาไว้นะคะ

ในส่วนของคำถาม Task 1 นั้น จะมีการอ้างอิงถึงแผนภูมิหรือแผนภาพต่างๆ ดังนั้น เพื่อนๆ อย่าลืมเชื่อมโยงประเด็นของตนเองเข้ากับข้อมูลในแผนภูมิหรือแผนภาพด้วยค่ะ เช่น หากเพื่อนๆ ต้องอภิปรายเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ Facebook ของผู้คนในปัจจุบัน ซึ่งในโจทย์มีการให้แผนภูมิแสดงข้อมูลมาด้วย เพื่อนๆ จะต้องพูดถึงกิจกรรมต่างๆ ที่ผู้ใช้ Facebook กระทำ โดยอ้างอิงจากแผนภูมิ ไม่ใช่จากประสบการณ์ของตัวเองหรืออ้างอิงจากแหล่งอื่นๆ ที่โจทย์ไม่ได้ให้มา นอกจากนั้น หากเพื่อนๆ ต้องทำนายแนวโน้มของการใช้ Facebook ตามที่โจทย์กำหนด เพื่อนๆ จะต้องอ่านความถี่และแนวโน้มในปัจจุบันเพื่อหาแนวโน้มที่น่าจะเป็นไปได้ในอนาคต แล้วจึงนำข้อมูลที่ได้มาเขียนค่ะ

 

  1. คิดก่อนเขียน

ข้อนี้ก็สำคัญมากนะคะ เพื่อนๆ ที่เก่งภาษาอังกฤษบางคนอาจจะแปลกใจว่าได้คะแนนน้อยในส่วนของการเขียน เพราะเราอาจจะไม่ได้วางแผนใช้เวลาให้เหมาะสม

หลังจากที่เราอ่านโจทย์และเข้าใจดีแล้ว หยุดคิดก่อนว่าจะนำเสนออะไรในคำตอบของเรา ใช้เวลาสัก 2 -3 นาทีในการคิด แล้วเราจะรู้ว่าควรจะเริ่มและจบการเขียนของเราอย่างไร

โดยปกติแล้ว ระยะเวลาเฉลี่ยของการเขียนคำตอบใน IELTS Writing Task 1 ไม่ควรเกิน 15-16 นาที เพราะเราต้องใช้เวลาอ่านทวนด้วย และที่สำคัญคือเรายังต้องเขียนต่อใน Task 2 อีก ซึ่งไม่ควรจะใช้เวลาเกิน 20 นาที เห็นมั้ยคะ คิดก่อนเขียนสำคัญแค่ไหน

  1. เขียนเท่าที่โจทย์กำหนด

เพื่อนๆ บางคน อาจจะคิดว่าเขียนเยอะๆ แล้วจะได้คะแนนเยอะๆ ไม่จริงเสมอไปค่ะ สุภาษิตที่ว่า “น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง” ยังเป็นสิ่งที่ผู้เข้าสอบการเขียนควรให้ความใส่ใจนะคะ การเขียนเยอะๆ อาจจะทำให้เกิดข้อผิดพลาดต่างๆ ได้มากขึ้น สู้เขียนแค่ให้เกิน minimum ที่กำหนดไว้สัก 10 – 15% ก็พอค่ะ ทั้งนี้ ในสนามสอบจริง ไม่แนะนำให้เสียเวลานับว่าเขียนไปแล้วกี่คำนะคะ ประเด็นคือ เราควรได้ฝึกฝนมาก่อนไปสอบจริง และสามารถประเมินได้ว่า จำนวนคำต่อ 1 บรรทัดที่เราเขียน คือเท่าไร เพื่อที่ว่าเราจะได้นับเป็นบรรทัดก็พอนะคะ จะประหยัดเวลาขึ้นมากมายค่ะ

ทั้งนี้ ในส่วนของการเขียนรายงานข้อมูล (Task 1) ควรจำกัดจำนวนคำอยู่ที่ 160 ถึง 200 คำ และในส่วนของเรียงความ (Task 2) จำนวนคำที่แนะนำ คือ 260 ถึง 320 คำ ค่ะ

อย่างไรก็ตาม ถ้าเพื่อนๆ คนไหน ไวยากรณ์ขั้นเทพ และมีความเห็น พร้อมตัวอย่างที่ชัดเจน สำหรับตอบโจทย์นั้นๆ จะจัดไปให้ยาวกว่า 320 คำ ก็ย่อมได้เลยนะคะ เพราะถ้าพื้นที่ที่เขียนยาวขึ้นนั้น เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ก็ย่อมจะทำให้มีโอกาสทำให้ได้คะแนนสูงถึง band 7.0 หรือมากกว่านั้นได้ค่ะ

 

  1. เลือกใช้คำให้เหมาะสม ถูกต้อง แต่ได้ความหมายครบถ้วน

การเลือกใช้คำในการเขียนก็มีความสำคัญเท่ากับการเลือกใช้คำในการพูดนะคะ เพื่อนๆ ควรใช้คำที่สื่อความหมายตามที่ต้องการจะสื่อเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น ในภาษาอังกฤษ มีคำที่มีความหมายว่า “พยายาม” อยู่หลายคำ เช่น attempt, strive, try, struggle เป็นต้น โดยแต่ละคำใช้ในบริบทและให้ความหมายที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้งยังแสดงรูปแบบภาษาที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการต่างกันด้วย

ดังนั้น หากเพื่อนๆ ต้องการจะเขียนว่า วิกฤติเศรษฐกิจปัจจุบันทำให้บริษัทใหญ่น้อยหลายบริษัทต้องพยายามดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด คำที่เหมาะสุด คงจะต้องเป็นคำว่า strive เพราะมีความหมายว่า พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ยังไงล่ะคะ ดังนั้น จะเขียนทั้งประโยคได้ว่า

Under the current economic crisis, many companies, whether big or small, have to strive for survival.

  1. ใช้การคำที่หลากหลาย

ข้อนี้หมายถึงการเลือกใช้คำที่มีความหมายเหมือนกันหรือตรงกันข้าม โดยไม่ซ้ำคำแต่คำเดียวไปมาตลอดทั้งเรื่อง การใช้คำเพียงคำเดียวไปตลอดเรื่องจะทำให้งานเขียนไม่น่าสนใจนะคะ การหลากคำเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการเขียน โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้สอบต้องการได้คะแนนเกินกว่า IELTS Band 6.0 ขึ้นไปค่ะ

อย่างไรก็ตาม การหลากคำต้องพิจารณาด้วยว่า ความหมายที่ต้องการจะสื่อนั้นเหมาะสมถูกต้องไหม การใช้คำที่ให้ความหมายผิด อาจจะสื่อความไม่ได้และกลายเป็นจุดที่ทำให้เราเสียคะแนนไปได้ เช่น

“A foreigner can learn about previous things by travelling to old, exquisite structures such as temples.” <– คำว่า previous ไม่เหมาะกับบริบทนี้เลยนะคะ จะต้องแก้เป็น “historical”

 

  1. อย่าลอกโจทย์คำถามทั้งหมดลงในคำตอบ

เพื่อนๆ บางคนไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร ก็เลยถือโอกาสลอกคำถามยาวๆ มาแปะไว้ในคำตอบของตัวเองซะเลยเผื่อว่าจะทำให้คำตอบดูยาวขึ้น นี่เป็นความคิดที่ผิดค่ะ เพราะผู้ตรวจข้อสอบจะไม่นับคะแนนให้หากเราลอกคำถามมาแปะไว้ในคำตอบของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น จะกลายเป็นโดนมองว่าขาดความสามารถในการ paraphrase (ซึ่งเป็นทักษะหลักๆ ที่ IELTS Examiner จะให้คะแนนเลยล่ะค่ะ)

 

  1. Task 1 ใช้เวลาน้อยกว่า Task 2

นี่ก็เป็นสิ่งที่เพื่อนๆ ต้องจำเลยค่ะว่า Task 1 ใช้เวลาน้อยกว่า Task 2 ดังนั้น เพื่อนๆ อาจจะเริ่มทำข้อสอบเขียนในส่วนของ Task 2 ก่อนก็ได้เพราะใช้เวลาคิดมากกว่า แต่ต้องเผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 20 นาทีในการทำข้อสอบ Task 1 เสมอนะคะ

เหตุผลสำคัญมากๆ ที่ต้องจัดการเวลาแบบนี้ ก็คือ Task 1 คะแนนจะเท่ากับ 1 ใน 3 เท่านั้น ในขณะที่ Task 2 คะแนนเป็น 2 ใน 3 เช่น

ถ้า Task 1 = 6.5 ส่วน Task 2 = 6.0 จะได้ Overall band score = 6.0

แต่ถ้า Task 1 = 6.0 ส่วน Task 2 = 6.5 จะได้ Overall band score = 6.5 นะคะ

 

  1. ตรวจทานเสมอ

ไม่ว่าจะมีเวลาเหลือมากน้อยเพียงใด เพื่อนๆ ต้องตรวจความถูกต้องของคำตอบที่เราเขียนไปนะคะ จุดสำคัญของการเขียนที่เพื่อนๆ ควรตรวจแก้ไขก็คือ ไวยากรณ์, คำศัพท์ที่ใช้, ความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันของประเด็นที่นำเสนอ และตรวจด้วยว่า เราตอบคำถามที่โจทย์ถามได้ถูกต้องตรงประเด็นไหม?

เพื่อนๆ มีวิธีตรวจทานการเขียนได้สามแบบนะคะ คือ

8.1 เขียนเสร็จแล้วค่อยมาตรวจ

8.2 เขียนไปตรวจไป (นั่นคือ พอเราเขียนจบสักหนึ่งย่อหน้า ก็มาตรวจดูครั้งหนึ่งค่ะ) หรือ

8.3 เขียนไปตรวจไปแล้วมาทบทวนอีกครั้งเมื่อเราเขียนจบ ก็ได้ค่ะ

ให้เพื่อนๆ เลือกใช้ตามที่ถนัดและตามเวลาที่เพื่อนๆ แต่ละคนมีในการสอบค่ะ

 

  1. คิดถึงผู้ตรวจข้อสอบ

ในการสอบ IELTS มีผู้สอบมากมายแต่มีผู้ตรวจข้อสอบน้อย ดังนั้น งานเขียนของเราต้องสร้างความประทับใจให้ผู้ตรวจข้อสอบนะคะ ประเด็นก็คือว่า การสอบ IELTS เนี่ยจะต้องใช้ลายมือในการเขียน ไม่ใช่พิมพ์ computer ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่าทุกวันนี้ พวกเราเขียนน้อยกว่าพิมพ์กันทั้งนั้น ดังนั้น ก่อนสอบ จะต้องฝึกเขียน IELTS reports และ Essays ด้วยลายมือนะคะ ผู้ตรวจข้อสอบจะไม่พยายามแกะลายมือของเราค่ะ แม้จะไม่ต้องให้ลายมือสวย แต่จะต้อง clear อ่านง่ายๆ สบายตาค่ะ

นอกจากนี้ เพื่อนๆ ควรแบ่งย่อหน้าเพื่อแบ่งประเด็นความคิดที่หลากหลาย ไม่เขียนย่อหน้าใดย่อหน้าหนึ่งยาวเกินไป เพราะผู้อ่านจะเหนื่อยกับการอ่านย่อหน้าที่มีขนาดยาว เป็นต้น การจัดลำดับความคิดและการจัดความต่อเนื่องของนำเสนอความคิดจะทำให้เราได้ใจผู้ตรวจข้อสอบและได้คะแนนตามที่หวังไว้ค่ะ

เห็นมั้ยคะ ข้อควรจำเหล่านี้เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เพื่อนๆ บางคนมักจะเผอเรอหรือลืมไปเวลาทำข้อสอบเขียน แต่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากพอๆ กับทักษะภาษาของเพื่อนๆ เลยล่ะค่ะ ดังนั้น ภาษาดีแล้ว ต้องรู้จักการใช้กลยุทธในการทำข้อสอบด้วยนะคะ จะได้สมหวัง ปังๆ กันถ้วนหน้านะคะ

 

โชคดีในการสอบทุกคนค่ะ 🙂

Oxbridge IELTS Institute

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)