ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนกุมภาพันธ์ วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 1 กุมภาพันธ์, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 4 กุมภาพันธ์, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 21 กุมภาพันธ์ ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 12 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 22 มกราคม, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 2 กุมภาพันธ์ คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 11 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 29 มกราคม ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 9 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 29 มกราคม ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 11 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 22 มกราคม ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันอาทิตย์ เริ่ม 29 มกราคม, วันธรรมดา เริ่ม 6 กุมภาพันธ์ ค่ะ

7 คำถามใน Speaking Test Part 3 และวิธีรับมือ (ตอนที่ 1)

7 คำถามใน Speaking Test Part 3 และวิธีรับมือ (ตอนที่ 1)

IELTS Speaking part 3

IELTS Speaking part 3

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ห่างหายกันไปนานเลยนะคะ สำหรับเคล็ดลับดีๆ ในการรับมือและเตรียมตัวสำหรับข้อสอบ IELTS ในส่วนสนทนา (Speaking Part)

ในบทความนี้ เพื่อนๆ จะได้รู้ถึงเคล็ดลับดีๆ ในการตอบคำถามการสนทนาใน Part 3 ซึ่งผู้สอบจะต้องเชื่อมโยงประเด็นและนำเสนอความคิด ความคิดเห็น ทัศนคติของเพื่อนๆ ที่เป็นนามธรรมหรืออุดมคติมากขึ้น ฟังดูแล้วยากใช่ไหมคะ แต่จริงๆ แล้วไม่ยากเกินความสามารถของเพื่อนๆ แน่นอนถ้าเราเตรียมตัวมาอย่างสม่ำเสมอ และจริงจังค่ะ

ใน Speaking Part 3 นั้น เพื่อนๆ จะต้องใช้เวลาทั้งหมดราวๆ ห้านาทีคุยกับผู้สอบ โดยจะต้องแสดงความคิดเชื่อมโยงกับสิ่งที่ได้ตอบไปแล้วใน Part 2 นอกจากนั้น เพื่อนๆ ยังอาจจะต้องพูดถึงประเด็นที่ ได้นำเสนอไปแล้วใน Part 1 อีกด้วยค่ะ สิ่งเหล่านี้มักจะทำให้ผู้เข้าสอบมีความกังวล กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี และไม่รู้ว่าผู้สอบต้องการจะถามอะไรจากเรา ก็เลยไม่เตรียมตัวมาเลยสำหรับการสอบ (เพราะไม่รู้ว่าจะเตรียมตัวอย่างไร) นี่เป็นความคิดที่ผิดนะคะ เพราะจริงๆ แล้วมีเคล็ดลับค่ะ

เคล็ดลับสำหรับการเตรียมตัวในส่วนนี้ก็คือ การทำความเข้าใจรูปแบบคำถามที่ผู้สอบมักจะถามผู้เข้าสอบ ซึ่งเป็นคำถามปลายเปิดแบบให้แสดงความเห็นส่วนตัว มี 7 ประเภทย่อยๆ และการใช้คำให้ถูกต้องในการเชื่อมโยงและนำเสนอความคิดอย่างเป็นระบบออกมาในรูปแบบของการพูดค่ะ ซึ่งแน่นอนว่า ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ จะต้องนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการแสดงความคิดความเห็นของเพื่อนๆ ดังนั้น ใครที่รู้ตัวว่า การเขียนและไวยากรณ์ยังต้องได้รับการฝึกฝน อย่าลืมทำการบ้านมาด้วยนะคะ

คราวนี้ เรามาดูกันดีกว่าว่าประเภทของคำถามที่ผู้สอบมักจะถามเพื่อนๆ นั้น มีอะไรบ้าง

  1. คำถามประเภทให้แสดงความคิดเห็นและทัศนคติส่วนตัวของผู้ตอบคำถาม

คำถามประเภทนี้เป็นคำถามที่เพื่อนๆ จะต้องนำเสนอความคิดเห็นของตนเองรวมทั้งยกตัวอย่างประกอบความคิดเห็นด้วยค่ะ อย่าลืมนะคะว่า ตัวอย่างนี้สำคัญมาก เพราะการแสดงความคิดเห็นโดยไม่มีตัวอย่างเลย จะทำให้สิ่งที่เพื่อนๆ นำเสนอออกมาดูเลื่อนลอยและไม่มีน้ำหนักค่ะ

ในการตอบคำถามนี้ เพื่อนๆ สามารถเลือกใช้คำที่ให้มาต่อไปนี้ เป็นตัวบ่งชี้การแสดงความคิดและทัศนคติของเพื่อนๆ ได้ค่ะ เช่น

As I see it, Personally, For me, In my opinion

หรือถ้าเพื่อนๆ มีความคิดเห็นที่หนักแน่นเกี่ยวกับสิ่งที่จะพูดก็สามารถใช้คำเหล่านี้ได้ค่ะ

I’m convinced that…, I’m certain that…., I’m sure that…..

ในขณะเดียวกัน ถ้าเราไม่แน่ใจนัก ก็อาจจะต้องใช้คำเหล่านี้แสดงความคิดของเราค่ะ

I guess that…, I suppose that…, I’d say that….

เมื่อเพื่อนๆ เลือกใช้คำที่ให้มาเหล่านี้แสดงความคิดเห็นแล้ว อย่าลืมนำเสนอตัวอย่างประกอบความคิดที่นำเสนอมาด้วยนะคะ ตัวอย่างเช่น

What are some of the way people can help others in the community?

For me, there are many ways one can help the needy, but I’d say that the best way to do is making charitable donations. People can choose a charity and simply donate a sum of money and leave it to them to help others in need. For example, I recently gave money to an orphanage. I don’t have much time to help them personally, so I’ll leave it up to them to use the money as they see fit.

  1. คำถามประเภทให้ประเมินคุณค่าหรือทัศนคติของผู้อื่น

ด้วยคำถามแบบนี้ ผู้สอบอาจจะต้องนำเสนอความคิดว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับประเด็นหรือเหตุการณ์ที่คำถามนั้นๆ เสนอมาให้เราตอบ

ถ้าเราเห็นด้วย ก็สามารถใช้ประโยคเหล่านี้ในการตอบคำถาม เช่น

I couldn’t agree with you more. That’s (so, exactly) true. That’s exactly how I feel. No doubt about it. I guess so. I suppose so. You have a point here.

แต่ถ้าเกิดไม่เห็นด้วยกับคำถาม อาจจะเลือกใช้ประโยคเหล่านี้แทนค่ะ

I don’t think so. I’m afraid I disagree. I totally disagree. I beg to differ. I’d say the exact opposite. Not necessarily. That’s not always true. That’s not always the case.

ที่สำคัญคือ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับคำถามแล้ว จะต้องอธิบายขยายความด้วยนะคะ ดังตัวอย่างต่อไปนี้ค่ะ

Some people say that we helped others more in the past than we do now. Do you agree or disagree?

I’m afraid I disagree. When it comes to my parents’ generation, they may be quite skeptical about helping others in the community, but people of my generation are regularly doing things to improve it, such as volunteering for different environmental and charitable organizations. Young people are actively encouraged to help out in the community and I don’t think this happened in the past, that’s why I’d disagree.

  1. คำถามแบบให้พูดถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดในอนาคต

คำถามแบบนี้เป็นการให้ผู้สอบนำเสนอแผนการหรือพูดถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นในอนาคต เพื่อนๆ จะต้องอธิบายขยายความประเด็นที่ตอบ และใช้ประโยคหรือโครงสร้างทางไวยากรณ์เหล่านี้เป็นตัวช่วยค่ะ

It is predicted that, It’s foreseeable that, If….., then……, It’s likely/possible/probable that….., I envisage….

เรามาดูตัวอย่างคำถามและตัวอย่างคำตอบสำหรับข้อนี้กันดีกว่าค่ะ

Some people say that working from home will be quite common in the future. What would you say?

It’s foreseeable that more people will work from home in the future. If the internet becomes faster and there are more programs, such as Skype, that allow people to work from home for easily, I’d predict that many people will stay at home. Moreover, many people nowadays don’t need to be physically present to do their jobs and I envisage that face to face meetings will be a thing of the past.

โดยสรุปแล้ว จากที่นำเสนอมาข้างต้น เพื่อนๆ จะพบว่า คำถามที่จะต้องตอบใน Part 3 นั้นเป็นคำถามแบบให้แสดงความคิดเห็นทั้งสิ้น แต่ประเภทของคำถามนี้มีความหลากหลายมากค่ะ และความหลากหลายของคำถามนี้เอง มักจะทำให้เพื่อนๆ บางคนสับสนและเตรียมตัวไม่ถูก

ในตอนหน้า เราจะมาดูกันต่อเกี่ยวกับประเภทของคำถามในส่วนของการสอบสนทนา Part 3 อีกสี่ประเภทที่เหลือและเคล็ดลับในการรับมือแต่ละคำถามค่ะ แล้วพบกันเร็วๆ นี้นะคะ 🙂

Oxbridge Institute

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)