ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนพฤษภาคม วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 27 พฤษภาคม เดือนมิถุนายน วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 1 มิถุนายน, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 8 มิถุนายน ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 31 พฤษภาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 3 มิถุนายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 20 มิถุนายน คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 2 มิถุนายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 4 มิถุนายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 21 มิถุนายน ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 7 มิถุนายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 25 มิถุนายน ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 31 พฤษภาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 10 มิถุนายน ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดา เริ่ม 15 พฤษภาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 2 กรกฎาคม ค่ะ

10 เรื่องเข้าใจผิดของ IELTS ที่ทำให้ได้คะแนนน้อย

10 เรื่องเข้าใจผิดของ IELTS ที่ทำให้ได้คะแนนน้อย

10 ข้อผิดพลาดในการสอบ IELTS

10 ข้อผิดพลาดในการสอบ IELTS

วันนี้ ขอมานำเสนอและปรับความเข้าใจให้เพื่อนๆ เรื่องที่บางคนอาจจะเข้าใจผิดอยู่เกี่ยวกับการสอบ IELTS นะคะ เราต้องมาทำความเข้าใจกันหน่อยว่านอกเหนือจากการทำข้อสอบให้ได้นั้น เราเข้าใจหลักการของข้อสอบและสิ่งที่ IELTS examiner คาดหวังแค่ไหน

เรามาดู 10 อันดับความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ IELTS กันเลยค่ะ

 

1. ในการสอบพูดคำตอบที่ถูกต้อง มีเพียงหนึ่งเดียว

หลายๆคนเข้าใจว่า การสอบพูดคล้ายกับการสอบคณิตศาสตร์ แต่จริงๆแล้วสำหรับการสอบพูดนั้นไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดแน่ชัด ผู้สอบห้าคนก็อาจมีคำตอบที่ต่างกันห้าแบบได้ ซึ่งกรรมการสอบจะมีเกณฑ์การให้คะแนนสี่ข้อดังต่อไปนี้

  • ความชำนาญในการใช้ภาษาและความสอดคล้อง
  • คลังคำศัพท์ของผู้สอบว่ามีมากน้อยแค่ไหน
  • ไวยากรณ์และความถูกต้อง
  • การออกเสียง

 

2. กรรมการสอบต้องเห็นด้วยกับความเห็นของเรา

การสอบ IELTS ไม่ใช่การทดสอบความรู้หรือความคิดเห็นแต่เป็นการสอบภาษาอังกฤษ  Examiner อาจจะไม่เห็นด้วยกับเราในทุกๆ เรื่องก็ได้ ขอให้คำตอบของเราฟังดูมีเหตุมีผล เป็นไปได้ มีการใช้คำเชื่อมที่ทำให้เข้าใจง่ายๆ ก็ย่อมมีโอกาสได้ Band สูงๆ อยู่แล้วค่ะ

 

3. ศูนย์ทดสอบบางที่ข้อสอบง่ายกว่าที่อื่นๆ

ศูนย์สอบทุกๆ ที่มีมาตรฐานเดียวกันและให้คะแนนโดยใช้เกณฑ์เดียวกันค่ะ Candidate ทุกคนมีโอกาสในการได้คะแนนที่ควรได้รับเหมือนๆ กันหมด กรรมการสอบแต่ละคนจะได้รับการอบรมเพื่อให้คะแนนได้เหมาะสมและกรรมการเองก็มีกรรมการที่ประสบการณ์มากกว่าคอยช่วยตรวจข้อสอบอีกครั้งด้วย เพื่อป้องกันความผิดพลาด นอกเหนือจากนี้ มาตรฐานของ IELTS นั้นเป็นมาตรฐานดียวกันทั่วโลก นี่คือเหตุผลที่มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกยอมรับคะแนนสอบของ IELTS เพราะหากเชื่อถือไม่ได้ คงไม่มีใครยอมรับใช่ไหมล่ะคะ

 

4. กรรมการสอบบางคนใจดีกว่าคนอื่นๆ

หลายๆ คนบ่นว่าที่ไม่ได้คะแนนสูงเพราะ Examiner โหดบ้าง ไม่เป็นมิตรบ้าง ต่างต่างนานา ก็แหม Examiner ไม่ได้มีหน้าที่ที่จะมา make friend กับผู้สอบ จริงไหมคะ ถ้า Examiner ใจดีเกินไป หรือ เข้มเกินไปก็คงโดนไล่ออกพอดี การที่ Examiner บางคน ไม่ค่อยยิ้ม ก็เพราะว่าเขากำลังตั้งใจฟังเราอยู่ และยังใช้ความคิดอีกต่างหากว่า จากความสามารถของผู้เข้าสอบที่เห็นๆ อยู่นี้ ควรจะถามคำถามต่อไปอย่างไรดี ที่จะช่วยให้ประเมินความสามารถที่แท้จริงของผู้เข้าสอบได้นะคะ

 

5. เราสามารถท่องประโยคไปใช้ใน Writing exam ได้

บางคนเข้าใจว่าการสอบบางทักษะ โดยเฉพาะ Writing สามารถท่องจำประโยคดีๆ เก๋ๆ ไปวางเรียงๆ ต่อกันได้ในงานเขียนเพื่อทำให้งานของตนเองดูดี มีชาติตระกูล ประเด็นนี้ ทำให้แทนที่ผู้เตรียมสอบจะพยายามพัฒนาพื้นฐานภาษาของตนเองอย่างแท้จริง กลับไปเสียเวลานั่งท่องประโยคนั้น ประโยคนี้เอาไว้ จะได้เอาไปแปะๆ ดังกล่าว อยากบอกว่า Examiner เขาดูออกนาจา อย่าเสียเวลาแบบนั้นเลย อันที่จริง ถ้าจำอะไรไปนิดๆ หน่อยๆ ก็มีประโยชน์อยู่บ้าง เช่น ประโยค thesis statement ประมาณนี้

This essay will examine both the benefits and drawbacks of this measure and my opinion will be provided.

แต่อย่างไรก็ตาม พื้นที่โดยส่วนมากของ essay ก็คงจะต้อง create เอง เขียนเองนะคะ

 

6. เราแค่ลงเรียนคอร์ส IELTS ก็จะได้คะแนนสูงได้เลย

การเรียน IELTS สำคัญมากก็จริง แต่ทักษะภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานนั้นยิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่งนะคะ อันที่จริง ผู้เตรียมสอบทุกๆ คน ควรปรับพื้นฐานทางภาษาให้แข็งแรงก่อน หลังจากนั้น ค่อยติวทิปส์ เทคนิคสำหรับการสอบ IELTS ค่ะ นอกจากนี้ มีการอ้างอิงจากเว็บไซต์ของ Cambridge เองว่า โดยทั่วไปแล้ว เราต้องเรียนภาษาอังกฤษถึง 200 ชั่วโมงเลยนะคะ เพื่อให้ได้คะแนนสูงขึ้นหนึ่งแบนด์ แต่ก็มีบ้างค่ะที่บางคนเรียนรู้ไว แถมขยันสุดๆ ก็จะเป็นข้อยกเว้น เพียงแต่การคาดหวังว่าจะอัพคะแนนเป็น Band score ในเวลาไม่ถึงเดือนไรงี้ ยังไงก็เป็นไปได้ยากอยู่ดีนะคะ

ใครคิดว่าในอนาคตจะต้องไปเรียนต่อชัวร์ๆ เริ่มปรับพื้นฐานไวยากรณ์กันเป็นอย่างแรกเลยนะคะ ถ้าได้มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้าสัก 4 เดือนขึ้นไป จะดีงามพระรามแปดค่ะ

 

7. ต้องจำคำศัพท์ยากๆ และเอาไปใช้ตอนสอบการเขียน

แน่นอนว่าเราควรแสดงให้กรรมการเห็นถึงความหลากหลายของคำศัพท์ในงานเขียนของเรา เพียงแต่หากเราไม่แน่ใจเต็มร้อยในศัพท์นั้นๆ ขอแนะนำว่าอย่าใส่ลงไปจะดีกว่านะคะ เพราะเสี่ยงที่จะผิดในด้าน Collocation (การใช้คำศัพท์ให้เหมาะสมกับประโยค) ได้ค่ะ  เช่น

If they can confidently talk to their bosses, not only does the productivity increase but the process of work will also not be stumbled upon at any point. <– เลือกใช้คำผิดค่ะ จะต้องแก้เป็น

If they can confidently talk to their bosses, not only does the productivity increase but the process of work will also not be delayed at any point.

 

8. เราขอให้กรรมการทวนคำถามในการสอบพูดไม่ได้

เรามีสิทธิขอให้กรรมการทวนคำถามได้แน่นอนค่ะ เราถามได้แม้กระทั่งความหมายของคำศัพท์ แต่มีสิทธิได้แค่หนึ่งคำต่อหนึ่งคำถามนะคะ แล้วก็อย่าถามมากเกินไป เก็บไว้ใช้ยามจำเป็นดีกว่า

เคยมีเรื่องเล่าว่ามีผู้สอบคนหนึ่งเจอ Examiner ที่พูดภาษาอังกฤษสำเนียงสกอตแลนด์ ซึ่งฟังยากมากๆ แต่แทนที่ผู้สอบคนนั้นจะขอให้ Examiner ทวนคำถาม เขากลับเงียบไม่พูดอะไรเลย ถ้าเป็นเช่นนั้น ยังไงๆ Examiner ก็ช่วยไม่ได้นะคะ เพื่อนๆรู้เคล็ดลับแล้ว ก็อย่าทำแบบนี้ตอนสอบละกันนะคะ

 

9. เราต้องมีสำเนียงบริทิชหรืออเมริกันเพื่อให้ได้คะแนนสอบพูดสูง

ในความเป็นจริงคือ มีผู้สอบที่ไม่ได้มีสำเนียงสำเนียงบริทิชหรืออเมริกันแต่ได้ Band 7.0 ขึ้นไปในการสอบพูดในทุกๆ รอบสอบนะคะ สำเนียงบริทิชเองเนี่ยก็มีเป็นร้อยแบบเลยค่ะ จริงๆ แล้วไม่มีสำเนียงชาติใดเป็นพิเศษที่ Examiner จะชอบเป็นพิเศษอะไรขนาดนั้นนะคะ สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ลักษณะการออกเสียง เช่น การเน้นเสียงหนักในประโยค การเน้นเสียงเบาการเชื่อมเสียงระหว่างคำ และระดับเสียงสูงต่ำนะคะ ที่สำคัญอีกประการ คือไม่ควรพูดเร็วหรือช้าเกินไปด้วยค่ะ เอาให้ลื่นไหลแบบเป็นธรรมชาติ จะดีที่สุดนะคะ

 

10. คะแนนจะสูงสุดถ้าเขียน Task 1 และ Task 2 ให้ไวยากรณ์ถูกต้องให้มากที่สุด แบบไม่มีข้อผิดพลาดได้ยิ่งดี

ในการสอบเขียน ผู้สอบจะได้รับการประเมินในสองด้านเมื่อพิจารณาเรื่องไวยากรณ์ คือ

  • ความสามารถในการใช้โครงสร้างไวยากรณ์ที่หลากหลาย
  • ความสามารถในการเขียนโดยไม่มีข้อผิดพลาด (Errors)

คำว่า error-free มันดีมากอย่างแน่นอนค่ะ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้ Band score ที่สูงที่สุดนะคะ เพราะว่า Examiner  ต้องการเห็นด้วยว่าผู้สอบคนนั้นๆ มีองค์ความรู้ด้านภาษามากแค่ไหน ซึ่งก็จะแสดงออกได้ผ่านโครงสร้างไวยากรณ์ที่หลากหลายนั่นเองนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ต้องการ Band 7.0 ขึ้นไป ถ้าใช้แต่ Present และ Future tenses ในงานเขียน โอกาสที่จะได้ Band 7.0 จะค่อนข้างยากเลยค่ะ

สรุปว่า ถึงแม้โอกาสที่จะสร้างข้อผิดพลาดมากขึ้นใช่หรือไม่ มันก็มีโอกาสอยู่ เอาเป็นว่าขอให้หลากหลายในโครงสร้างที่มั่นใจ และเคยฝึกฝนมาแล้ว ก็แล้วกันนะคะ

ทั้งหมดนี้ ก็เป็นความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการสอบ IELTS ที่อย่ามโนกันต่อเลยนะคะ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนมีความคิดแบบนี้อยู่ล่ะ ก็รีบสลายมโนกันด่วนเลยค่ะ

 

OXBRIDGE IELTS INSTITUTE

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)