ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนเมษายน วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 1 เมษายน, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 26 เมษายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 27 เมษายน ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 28 มีนาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 3 เมษายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 8 เมษายน คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 1 เมษายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 5 เมษายน ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 24 เมษายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 7 พฤษภาคม ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 7 เมษายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 30 เมษายน ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดา เริ่ม 8 พฤษภาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 2 กรกฎาคม ค่ะ

10 ข้อควรจำในการสอบ IELTS Speaking

10 ข้อควรจำในการสอบ IELTS Speaking

เทคนิคควรรู้ในการสอบพูด IELTS

IELTS Speaking Tips

ไม่ได้พูดเรื่องการสอบสนทนามาเสียหลายเดือน ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ ยังจะเตรียมตัวทันกันอยู่หรือเปล่า จริงๆ แล้ว การสอบสนทนานั้น จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่ายสุดๆ เพราะไม่ต้องเตรียมอะไรมากเหมือนกับสอบอ่านและเขียน แต่ก็ประมาทไม่ได้นะคะ เพราะการสอบสนทนานั้น เนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของผู้เข้าสอบทั้งหมด เช่น งานที่เราทำอยู่ สาขาที่เราเรียนมา ภูมิลำเนา หรือแม้แต่งานอดิเรกในยามว่างของเพื่อนๆ ก็อาจจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นให้ Examiner ถามได้ตลอดเวลา นอกเหนือจากเนื้อหาหรือประเด็นเฉพาะต่างๆ เช่น ความเข้าใจหรือความคิดเห็นในกรอบสังคม วัฒนธรรม ภาษา หรือ วิทยาศาสตร์ เป็นต้น

ดังนั้น นอกเหนือจากการเตรียมตัวพูด ออกเสียงให้ถูกต้องตามหลักภาษาอังกฤษแล้ว ยังมีข้อควรจำอีก 10 ข้อที่เพื่อนๆ ควรจะทำและไม่ควรกระทำ ดังต่อไปนี้ค่ะ

1.รู้เขารู้เรา

ในที่นี่คือรู้ว่ากระบวนการสอบสนทนาของ IELTS นั้น มีลักษณะอย่างไร จะได้ไม่ตื่นเต้น กระวนกระวายจนพูดผิดๆ ถูกๆ เช่น เมื่อเริ่มต้น ผู้สอบจะแนะนำตัวและขอให้เพื่อนๆ แนะนำตัว เพื่อนๆ ก็อาจจะต้องแนะนำตัวเองสั้นๆ ว่าชื่ออะไร มาจากที่ไหน และที่สำคัญ อย่าลืมพกบัตรประจำตัวสอบไปแสดงกับผู้สอบด้วย เพราะผู้สอบจะขอให้เพื่อนๆ แสดงบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบหรือเอกสารที่แสดงว่าเป็นผู้เข้าสอบจริงๆ ก่อนจะเริ่มเข้าสู่การสนทนาในประเด็นหลักต่อไป

2.สร้างความประทับใจให้กับผู้สอบ

ในที่นี้ ไม่ถึงกับต้องใส่ชุดราตรียาวห้าเมตรหรืออาบน้ำหอมก่อนเข้าสอบนะคะ แต่หมายถึงการที่เพื่อนๆ ควรแต่งกายให้สุภาพ แสดงความมั่นใจและเป็นกันเองอย่างพอสมควร ให้แก่ผู้สอบค่ะ การใช้การสื่อสารด้วยสายตาในขณะที่พูดก็เป็นสิ่งที่จำเป็นนะคะ เพื่อนๆ ลองคิดดูว่า ถ้าหากเพื่อนๆ ก้มมองดูที่พื้นตลอดเวลาหรือจ้องผู้สอบเขม็งในขณะที่พูด ผู้ที่เราสนทนาด้วยจะรู้สึกอย่างไร ดังนั้น การใช้สายตา การยิ้ม การพยักหน้าหรือการสั่นหน้า รวมทั้งการใช้ภาษามือร่วมด้วยในขณะที่พูดอย่างพอเหมาะพอควร ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เลยสำหรับการสื่อสาร

ถ้าเพื่อนๆ ยังเกร็งอยู่ในขณะที่สอบ ก็ขอให้คิดว่าเรากำลังคุยกับเพื่อนๆ ของเรา จะทำให้ลดความประหม่าไปได้ไม่มากก็น้อย และสร้างความประทับใจให้กับผู้สอบอีกทางหนึ่งด้วยค่ะ

3.ให้ความสนใจคำถามของผู้สอบ

เพื่อนๆ หลายคนคงจะมีความรู้สึกว่า คำถามที่ผู้สอบถามนั้น ทำไมมันช่างน่าเบื่อเสียนี่กระไร อย่าค่ะ การคิดแบบนั้นมีแต่จะทำให้เราไม่มีแรงจูงใจในการตอบคำถามนะคะ เผลอๆ อาจจะทำให้เราพูดอะไรไม่รู้ ยิ่งเสียคะแนนไปโดยใช่เหตุ และที่สำคัญคือ เวลาเรารู้สึกเบื่อ ความรู้สึกนั้นจะแสดงออกมาทางน้ำเสียงค่ะ

ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่อาศัยเสียงสูงต่ำในการสื่อสาร ดังนั้น ถ้าเพื่อนๆ ใช้การลงเสียงต่ำตลอดในการพูด สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ผู้ฟังจะรับรู้ได้ทันทีว่าผู้พูดรู้สึกไม่ดีหรืออารมณ์ไม่ดี การสลับเสียงสูงต่ำในการสนทนาภาษาอังกฤษ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะแสดงว่าผู้พูดสนใจในเรื่องของตนเองและพร้อมที่จะนำเสนอสู่ผู้ฟัง วิธีการง่ายๆ ในการฝึกลงน้ำหนักเสียงในการสนทนาภาษาอังกฤษคือ การฟังเจ้าของภาษาพูดอยู่บ่อยๆ ผ่านสื่อต่างๆ เช่น เพลง ภาพยนตร์ เป็นต้น เมื่อเราเกิดความคุ้นชิน ก็จะฝึกตามได้ไม่ยากค่ะ

4.ตอบคำถามด้วยการอธิบายขยายความ

การตอบคำถามผู้สอบนั้น บางครั้งถ้าเพื่อนๆ ตอบแต่เพียง ใช่ หรือ ไม่ใช่ อาจจะทำให้ฟังดูห้วน เหมือนไม่มีความรู้เพิ่มเติมเลย แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าตอบยาวเกินไป เพื่อนๆ จะไม่มีเวลาในการตอบคำถามหรืออภิปรายใน part อื่นๆ

โดยปกติแล้ว การแนะนำตัวในช่วงแรก ไม่ควรจะเกิน 3 หรือ 4 ประโยคเพื่อให้ผู้สอบได้ถามกลับบ้างหรือเข้าสู่ประเด็นที่เจาะลึกใน part อื่นต่อไป อย่าลืมว่า ตอบคำถามสั้นหรือยาวเกินไปก็ทำให้เสียคะแนนได้เหมือนกัน ดังนั้น ตอบให้ตรงคำถาม แสดงความคิดเห็นอย่างตรงจุด ยกตัวอย่างเท่าที่จำเป็น เท่านี้ก็เลิศแล้วค่ะ

5.ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

การฝึกฝนด้วยตนเองหรือฝึกกับเพื่อนคือสิ่งที่ดีที่สุดในการเตรียมตัวสอบสนทนานะคะ อย่าท่องประโยคทั้งประโยคแล้วนำไปพูดกับผู้สอบ เพราะถ้าเพื่อนๆ จำไม่ได้ จะพูดตะกุกตะกักทันที จริงๆ แล้ว การสนทนาใน Part 1 นั้น เพื่อนๆ สามารถเตรียมตัวจากบ้านได้เลยเพราะเพื่อนๆ จะรู้ว่าเราจะแนะนำตัวเองอย่างไร เมื่อฝึกบ่อยๆ แล้ว เราก็จะพูดได้อย่างมั่นใจไงคะ

6.อย่าพูดแต่เพียง Yes หรือ No

ข้อนี้เพื่อนๆ จะต้องระลึกไว้เสมอเลยค่ะ เพราะการใช้คำว่า ใช่ กับ ไม่ใช่ ไม่ได้วัดระดับทักษะภาษาของเราเลย แม้ว่าเราจะต้องตอบคำถามง่ายๆ เช่น “You like football, don’t you?” เพื่อนๆ ก็ควรจะตอบว่า “Yes, I like it so much.” หรือ “No, I don’t like it.” อะไรทำนองนี้ เพื่อเป็นการแสดงภูมิรู้ทางภาษาของเรานะคะว่า เราสามารถสร้างประโยคเองได้นอกเหนือจากการตอบรับหรือปฏิเสธ

และถ้าจะยิ่งสร้างความประทับใจมากกว่านั้น เพื่อนๆ ควรจะให้เหตุผล ว่าทำไมถึงชอบ หรือไม่ชอบนะคะ เช่น

“Yes, I like it so much because ……… ”

“No, I don’t like it because ……… ”

7.อย่าพูดนอกประเด็น

ผู้สอบถามอะไร ก็ตอบให้ตรงประเด็นค่ะ เวลาในการสอบไม่มากนะคะ เพื่อนๆ ต้องรู้จักใช้เวลาให้เป็นประโยชน์สูงสุด เรามาสอบสนทนาค่ะ ไม่ได้มานั่งเม้ามอยหอยกาบกับเพื่อนๆ ที่ร้านกาแฟ จำไว้เลยค่ะว่าในการตอบคำถามแต่ละคำถามนั้น ให้เพื่อนๆ ตอบด้วยประโยคที่สมบูรณ์และตรงประเด็นที่ผู้สอบถามประมาณสามหรือสี่ประโยคก็พอ พูดมากไป โยงเรื่องอื่นเข้ามาในเข้าคำตอบ ไม่ได้ช่วยให้คะแนนของเพื่อนๆ ดีขึ้นนะคะ

8.อย่านิ่งเงียบ

เพื่อนๆ บางคน เมื่อตอบคำถามไม่ได้ก็อึ้งกิมกี่ไปเลย อย่างนี้ไม่ดีนะคะ แม้ว่าบางครั้ง เราจะไม่ชอบคำถามที่ผู้สอบถามก็ตาม ให้ย้อนกลับไปอ่านข้อที่ 2 และ 3 ค่ะ ดังนั้น ถ้าเพื่อนๆ ไม่เข้าใจคำถาม เพื่อนๆ สามารถขอให้ผู้สอบอธิบายคำถามใหม่ได้ ยิ่งกว่านั้น ไม่ถือว่าเป็นการไม่สุภาพนะคะ ถ้าเพื่อนๆ จะตอบว่า I’m sorry. I have no idea about it, but if I have to guess, I think that … นี่คือการแก้ไขปัญหาที่ดีค่ะ เพราะไม่มีใครที่จะรู้ไปหมดทุกเรื่องที่ถูกถาม แต่การดำเนินการสนทนาให้ต่อเนื่อง ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นค่ะ

9.อย่าพูดเบาหรือดังจนเกินไป

ผู้สอบหูไม่หนวกค่ะ เพื่อนๆ ไม่ต้องตะโกนตอบก็ได้ และในขณะเดียวกัน ผู้สอบก็คงไม่อยากจะเงี่ยหูฟังเราพูดเสียงเบาๆ เหมือนกระซิบ ซึ่งอย่างหลังนี้ ดูจะเป็นปัญหาหลักของผู้สอบชาวไทยมากกว่าด้วยล่ะ จำให้ขึ้นใจค่ะว่า Don’t be shy, but be confident!

วิธีการง่ายๆ ในการฝึกใช้เสียงก็คือ ลองอัดเสียงของตัวเองดู แล้วเปิดฟังดูว่าตัวเองใช้เสียงระดับไหน ค่อยไปหรือดังไป จากนั้นก็ปรับน้ำเสียงให้เหมาะสม เพื่อความชัดเจนที่สุดค่ะ

10.อย่าใส่ใจกับความผิดพลาดจนเกินไป

การสอบ IELTS คือการวัดระดับภาษาอังกฤษนะคะ แม้แต่เจ้าของภาษาเองยังพูดผิด เขียนผิด นับประสาอะไรกับกะเหรี่ยงอย่างพวกเรา แม้แต่คนที่ได้ band สูงๆ อย่าง band 7 หรือ 8 ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดค่ะ ดังนั้น อย่าไปเครียดหรือกังวลกับข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการสอบสนทนา สิ่งสำคัญคือ ความสามารถของเพื่อนๆ ในการควบคุมสติให้อยู่กับโจทย์ที่ Examiner ถามมา และพยายามตอบให้ตรงประเด็น เพื่อให้การสนทนาราบรื่นไปจนจบ ต่างหากค่ะ

สรุปสุดท้ายเพื่อให้เพื่อนๆ จดจำนะคะ พูดให้เป็นธรรมชาติ ใช้น้ำเสียงให้เหมาะสม ออกเสียงคำให้ถูกต้อง และแสดงความรู้ทางไวยากรณ์เท่าที่จำเป็น ก็จะเป็นปัจจัยที่ทำให้เพื่อนๆ สอบสนทนาประสา IELTS ได้แบนด์สูงๆ ตามที่ปรารถนาค่ะ 🙂

Oxbridge Institute

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)