ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนกรกฎาคม วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 27 กรกฎาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 29 กรกฎาคม เดือนสิงหาคม วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 10 สิงหาคม ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 29 กรกฎาคม, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 31 กรกฎาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 8 สิงหาคม คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 30 กรกฎาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 7 สิงหาคม ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 24 กรกฎาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 26 สิงหาคม ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 2 สิงหาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 5 สิงหาคม ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดา+วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 24 กรกฎาคม ค่ะ

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ British English และ American English สำหรับผู้สอบ IELTS (ตอนที่ 2)

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ British English และ American English สำหรับผู้สอบ IELTS (ตอนที่ 2)

 BritishAmericanEngforIELTS2

ในตอนที่แล้ว เราได้ว่ากันถึงเรื่องความแตกต่างของภาษาอังกฤษแบบอเมริกันและแบบ (ผู้ดี) อังกฤษในส่วนที่เกี่ยวกับคำศัพท์ไปแล้วนะคะ

ในตอนนี้ เพื่อนๆ จะได้เรียนรู้ถึงความแตกต่างของภาษาอังกฤษทั้งสองแบบในแง่ไวยากรณ์ค่ะ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อให้เพื่อนๆ เลือกใช้รูปไวยากรณ์ของภาษาอังกฤษแบบใดแบบหนึ่งด้วยความสม่ำเสมอ หรือเรียกอีกอย่างว่ามีความคงเส้นคงวา consistency ยังไงล่ะคะ

เพื่อให้เกิดความสะดวกและง่ายต่อการสังเกตและเรียนรู้ของเพื่อนๆ รายละเอียดในบทความนี้จะนำเสนอในรูปแบบของตารางเป็นหมวดๆ หรือหัวข้อใหญ่ๆ ดังต่อไปนี้

1.       คำนาม

BE AE
             คำนามประเภท Collective Noun สามารถเป็นได้ทั้งเอกพจน์และพหูพจน์ ขึ้นอยู่กับการตีความหมายว่านับเป็นกลุ่มเดียวหรือนับเป็นหลายคนหรือหลายสิ่งแยกกัน เช่น

A committee were appointed. หรือ

A committee was appointed.

                คำนามประเภท Collective Noun ส่วนใหญ่ถือว่าเป็นเอกพจน์ โดยนับเป็นกลุ่มเดียวหรือพวกเดียวกัน เช่น

A committee has resolved to use the allocated budget.

2.       คำกริยา

BE AE
              คำกริยาแบบ irregular บางตัว เช่น learnspoilspellburndreamsmellspillleap เป็นต้น เมื่อใช้รูปอดีตกาล (Past tenses) สามารถผันได้ 2 แบบ

1. แบบ irregular (learnt, spoilt, spelt, burnt, dreamt, smelt, spilt, leapt)

2. แบบ regular คือเติม –ed ที่ท้ายคำก็ได้

               คำกริยาแบบ irregular ประเภทนี้ ส่วนใหญ่จะผันแบบ regular คือเติม –ed ที่ท้ายคำเมื่อใช้รูปอดีตกาล

ยกเว้นกริยา burn ซึ่งสามารถผันได้สองแบบคือ burnt หรือ burned ก็ได้

               Present Perfect ใช้เพื่อบอกเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นแล้ว และจบลงเมื่อไม่นานมานี้ หรือไม่ก็ยังส่งผลต่อปัจจุบันอยู่ เช่น

Over the past few years, the rising number of private cars in use has worsened traffic congestion in Bangkok.

Remarks:

1. มักใช้ร่วมกับกริยาวิเศษณ์ เช่น already, yet, just, over + period of time, etc.

2. tense นี้มีความจำเป็นอย่างมาก สำหรับการเขียน Task 2 ประเภท causes and effects ค่ะ

            เหตุการณ์ที่ใช้ present perfect สามารถใช้ past simple แทนได้
               กริยา have got หรือ have สามารถใช้ในความหมายว่า “มี” เช่น

I have got/have a book.

ส่วน have to หรือ have got to สามารถใช้เพื่อบอกความหมายว่า “จำเป็นต้อง” เช่น

I have to/I have got to leave now.

            ในภาษาพูด สามารถใช้ got แทนได้ทั้งสองความหมายค่ะ เช่น

I got a book. หรือ I got to leave now.

                   ไม่มีการใช้ subjunctive mood ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ แต่จะนิยมใช้กริยาช่วย เช่น would, could, should เป็นต้น ตัวอย่างดังนี้ค่ะ

The doctor suggested that he should sleep more.

Remarks: subjunctive mood คือประโยคที่แสดงความต้องการ ความปรารถนา ตักเตือน แนะนำ ขอร้อง เชิญชวน เป็นต้น

              มีการใช้ subjunctive mood ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน เช่น

The doctor suggested that he sleep more.

Remarks: ใน subjunctive mood คือ แม้ว่าประธานอย่างคำว่า “he” จะเป็นเอกพจน์ แต่ Verb “sleep” ก็จะไม่ผันนะคะ

               กริยาช่วย shall สามารถใช้ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ                กริยาช่วย will มักจะใช้แทนกริยาช่วย shall
               ใช้โครงสร้างกริยา prevent หรือ stop someone doing something                 ใช้โครงสร้างกริยา prevent หรือ stop someone from doing something

3.       คำบุพบทและคำนำหน้านามหรือ article ในสำนวนภาษาอังกฤษ

ไม่มีการใช้ article กับคำนามที่บอกสถานที่ เช่น at hospital, at school, in prison, at university, in college เป็นต้น ไม่มีการใช้ article กับคำนามที่บอกสถานที่ ยกเว้น in (the) hospital และ at (the) university
ใช้ definite article เพื่อบอกวันที่ เช่น July the fourth หรือ The fourth of July ไม่มีการใช้ definite article เพื่อบอกวันที่ เช่น July fourth หรือ July four
ใช้คำบุพบทร่วมกับวันที่เสมอ เช่น

He will resign on Thursday.

ใช้คำบุพบทร่วมกับวันที่หรือไม่ใช้ก็ได้ เช่น

He will resign (on) Thursday

ชาวอังกฤษจะใช้สำนวนว่า Monday to Friday หรือ Monday to Friday inclusive

เช่น

Most of the locals here work from Monday to Friday.

ชาวอเมริกันจะใช้สำนวน Monday through Friday

Remarks:

1. แต่ก็ไม่แปลกถ้าจะได้ยินคนอเมริกันใช้ Monday to Friday

2. “through” เน้นว่า จนถึง end-of-day Friday ด้วยล่ะค่ะ

ชาวอังกฤษใช้สำนวน play in a team ชาวอเมริกันจะใช้สำนวน play on a team
ชาวอังกฤษใช้บุพบท with หรือ to กับกริยา affiliate

เช่น

This organization is not affiliated with/to any political party. (องค์กรนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดๆ)

ชาวอเมริกันจะใช้บุพบท with หรือ of กับกริยา affiliate

เช่น

This organization is not affiliated with/of any political party. (องค์กรนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดๆ)

กริยา enroll ใช้ร่วมกับบุพบท on กริยา enroll ใช้ร่วมกับบุพบท in
บุพบท at จะใช้ร่วมกับ weekend เท่านั้น บุพบท on หรือ over หรือ during จะใช้ร่วมกับ weekend
บุพบท to จะใช้ร่วมกับ talk หรือ chat บุพบท with จะใช้ร่วมกับ talk หรือ chat
บุพบท to จะใช้ร่วมกับบุพบท near เช่น near to the cupboard ไม่มีการใช้ to ร่วมกับบุพบท near เช่น near the cupboard
ชาวอังกฤษมักจะใช้บุพบท apart from ชาวอเมริกันจะใช้บุพบท aside from หรือ apart from

                เห็นมั้ยคะว่า ภาษาอังกฤษแบบชาวอังกฤษ ก็มีความแตกต่างในทางไวยากรณ์จาก ภาษาอังกฤษแบบชาวอเมริกัน ดังนั้น เพื่อนๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบ IELTS นอกจากจะเรียนรู้ถึงการพูด อ่าน เขียนให้ถูกต้องตามหลักภาษาอังกฤษแล้ว หากเป็นไปได้ อาจจะลองศึกษาความแตกต่างกันของ British English กับ American English ไว้สักหน่อยนะคะ

อย่างไรก็ตาม ถ้าเทียบกันในเรื่องของความสำคัญในการสอบ IELTS แล้ว เพื่อนๆ ควรพยายามเน้นปรับไวยากรณ์โดยทั่วๆ ไปให้ถูกต้อง มุ่งเป้าให้สามารถสื่อสารประโยคต่างๆ ให้ชัดเจนก่อนนะคะ  มีเวลาเหลือๆ ค่อยมาศึกษาเรื่องความแตกต่างกันของ British English กับ American English ทีหลังได้เลยค่ะ

แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ 🙂

Oxbridge Institute

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)