ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนเมษายน วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 1 เมษายน, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 26 เมษายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 27 เมษายน ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 28 มีนาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 3 เมษายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 8 เมษายน คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 1 เมษายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 5 เมษายน ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 24 เมษายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 7 พฤษภาคม ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 7 เมษายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 30 เมษายน ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดา เริ่ม 8 พฤษภาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 2 กรกฎาคม ค่ะ

[IELTS Tip] เทคนิคการเดาศัพท์แบบง่ายๆ (แต่ใช้ได้ผลจริง)

[IELTS Tip]

เทคนิคการเดาศัพท์แบบง่ายๆ (แต่ใช้ได้จริง)

ขึ้นหัวเรื่องมาอย่างนี้ เพื่อนๆ บางคนอาจจะตาโตด้วยความดีอกดีใจว่าอ่านบทความนี้แล้ว ต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องท่องศัพท์หรือทำแบบฝึกหักเพื่อเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์อีกเลยใช่ไหม อย่าค่ะ อย่าเพิ่งคิดอย่างนั้น เพราะจริงๆ แล้ว การท่องศัพท์หรือการเปิดพจนานุกรมเพื่อตรวจความหมายของคำศัพท์บางคำก็ยังมีความสำคัญอยู่ เพียงแต่ว่า ในเวลาที่เราสอบ เราจะไม่สามารถหาพจนานุกรมมาช่วยได้ใช่ไหมคะ และอีกอย่าง เราก็ไม่สามารถจะจำคำศัพท์ได้หมดทุกคำในแต่ละภาษา (แม้แต่ภาษาไทยก็ตาม) ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องหาตัวช่วยนั่นเอง

Guessing Meaning from Context

เดาความหมายของศัพท์ในการสอบ IELTS

เรามาดูกันดีกว่าว่าตัวช่วยในการเดาความหมายของคำศัพท์นั้นมีอะไรบ้าง?

ตัวช่วยในการเดาศัพท์ตัวแรกก็คือ Prefix, Suffix และ Root อย่างที่ได้เคยนำเสนอไปในตอนก่อนหน้านี้แล้วไงล่ะคะ พูดโดยสรุปก็คือ ถ้าเรารู้ความหมายของเจ้า Prefix, Suffix และ Root จะทำให้เราสามารถเพิ่มพูนคำศัพท์ในความจำของเราได้ในเวลาอันสั้นโดยไม่ต้องไปนั่งท่องศัพท์ทีละคำๆ ให้เปลืองเวลาไงล่ะ

ตัวอย่างเช่น เรามี Root อยู่ที่คำว่า health ซึ่งแปลว่า “สุขภาพ” ซึ่งเป็นคำนาม เติม Suffix –y เข้าไปเป็น healthy (สุขภาพดี) กลายเป็นคำคุณศัพท์ และสามารถจะเติม un- ซึ่งเป็น prefix เข้าไปได้อีก กลายเป็นคำคุณศัพท์อีกคำว่า unhealthy (ไม่ดีต่อสุขภาพ) และคำคำนี้ ยังสามารถทำให้เป็นคำวิเศษณ์ได้อีก คือ unhealthily ด้วยการเติม suffix –ly ยังไงล่ะจ๊ะ เห็นมั้ย? จากคำคำเดียว สามารถแตกออกเป็นคำอื่นๆ ได้อีกตั้งสามคำแน่ะ

นอกจาก Prefix, Suffix และ Root แล้ว เรายังสามารถเดาคำศัพท์ได้จากบริบทแวดล้อมคำที่เราอยากรู้ความหมายจ้า

ตัวอย่างง่ายๆ ก็เช่น

He only had a cup of tea before he left home this morning. จากบริบท a cup of tea ทำให้เราสามารถเดาความหมายของ had ได้ว่า “เขาดื่มชาเพียงถ้วยเดียวก่อนจะออกจากบ้านตอนเช้านี้” ในขณะที่ The Department Head is having a visitor right now. คำว่า had มีความหมายว่า “รับหรือต้อนรับ” เพราะบริบท a visitor ในประโยคทำให้ความหมายเปลี่ยนไปเป็น “หัวหน้าฝ่ายกำลังต้อนรับผู้มาเยือนในขณะนี้” และประโยคที่ว่า “My brother has a bicycle” ก็มีความหมายว่า “มี” จากบริบท a bicycle ซึ่งเป็นกรรมตรงของ has นั่นเองจ้ะ

เห็นมั้ยคะว่า บริบทมีความสำคัญต่อการเดาศัพท์และความหมายของคำศัพท์มากแค่ไหน เพราะถ้าบริบทเปลี่ยนไป ความหมายของคำก็จะเปลี่ยนตามไปด้วยนะ เพื่อนๆ ต้องระวังกันให้ดีๆ คำศัพท์ใดที่เราว่ารู้ความหมายแล้ว อย่าได้ไว้ใจไปเชียว เพราะมันอาจจะมีความหมายอื่นๆ ตามบริบทที่แวดล้อมอีกด้วย การขาดความระมัดระวังในการอ่านบริบทและพิจารณาความหมายจากบริบทแวดล้อมคำ อาจจะทำให้เราเสียคะแนนไปโดยใช่เหตุเพราะแปลความหมายผิดก็ได้นะคะ

นอกจากการเดาศัพท์จากบริบทแวดล้อมคำที่เราไม่รู้ความหมายแล้ว เราสามารถเดาศัพท์ได้จาก คำนิยาม คำศัพท์นั้นๆ ก็ได้ โดยส่วยใหญ่ คำนิยามจะใช้ก็ต่อเมื่อคำศัพท์นั้นยากเกินกว่าที่ผู้อ่านจะรู้ความหมายได้ในทันที ผู้เขียนจึงจำเป็นต้องอธิบายขยายความให้กระจ่างยังไงล่ะจ๊ะ

ตัวอย่างเช่น A number of languages of South Africa have clicks, a variety of popping sounds made by forming vacuums between the tongue and the hard or sound palate.

จากประโยคข้างบนนี้ คำว่า clicks มีการนิยามให้ผู้อ่านเข้าใจได้ว่า เป็นเสียงปะทุที่เกิดจากการสร้างสุญญากาศระหว่างลิ้นและเพดานอ่อนหรือเพดานแข็งในปากนั่นเอง เห็นไหมว่า ถ้าไม่มีคำนิยามนี้ เราอาจจะเดาความหมายของคำศัพท์ง่ายๆ คำนี้ผิดไปก็ได้นะ

นอกจากการเดาศัพท์จากคำนิยามแล้ว เพื่อนๆ สามารถเดาศัพท์ได้จาก การเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่าง ระหว่างคำที่เราต้องการเดาความหมายได้อีกด้วย เช่น

Although he was used to living in the desert, he could not endure the heat in this village as only a few hours of such heat would finish him.

ในที่นี้ เพื่อนๆ สามารถเดาความหมายของคำว่า endure ได้จากประโยคแบบเปรียบเทียบซึ่งเกิดหน้าและหลังคำนี้ โดยประโยค Although he was used to living in the desert (แม้ว่าเขาจะเคยชินกับการอยู่ในทะเลทราย) เป็นประโยคแบบเปรียบเทียบความเหมือนให้ความหมายของคำศัพท์ ส่วน as only a few hours of such heat would finish him (เพราะเพียงไม่กี่ชั่วโมงท่ามกลางความร้อนระอุแบบนี้ก็อาจทำให้เขาทนไม่ไหว) เป็นประโยคที่สร้างความแตกต่างให้กับคำว่า endure จ้ะ ดังนั้น คำนี้จึงมีความหมายทำนองที่ว่า “สู้ทนหรือทนทาน” จ้ะ

จากเทคนิคการเดาศัพท์ทั้งหมดที่ได้เสนอมานี้ เพื่อนๆ ลองปรับใช้เทคนิคดังกล่าวกับแบบฝึกหัดข้างล่างนี้ดูกัน (ห้ามดูเฉลยก่อนนะ)

  1. They live in a hotel on a hill, and from the windows in their room they have a very fine prospect.
  2. I see that your business is growing, and you will have prospects of a profitable.
  3. The prospect of living in this house for another five years makes us unhappy.
  4. Mr. Wright is a good prospect for advisor to our company although he is a very strict person.
  5. This group of scientists are going to prospect for extremely rare metals in this area.

สิ่งแรกที่เพื่อนๆ เห็นจากตัวอย่างประโยคทั้งห้านี้ก็คือ คำคำเดียวอาจจะมีความหมายได้หลากหลายตามแต่บริบทที่เกิด เพราะฉะนั้น เพื่อนๆ จะต้องมีความระมัดระวังในการอ่านอยู่เสมอนะคะ

 

 

เรามาดูเฉลยกันดีกว่าว่าคำว่า Prospect ในประโยคข้างต้นมีความหมายได้อย่างไรบ้าง เพื่อนๆ เดาความหมายกันได้มั้ยเอ่ย

  1. พวกเขาพักอยู่ในโรงแรมบนเนินเขา และจากหน้าต่างห้อง ก็สามารถชมทิวทัศน์ที่งดงามมาก
  2. ผมรู้ว่าธุรกิจของคุณกำลังเติบโตและคุณมีแนวโน้มว่าจะได้ผลกำไรจากการประกอบธุรกิจนั้น
  3. อนาคตของการอาศัยในบ้านหลังนี้อีกห้าปีจะทำให้เราไม่มีความสุข
  4. คุณไรท์อาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับตำแหน่งที่ปรึกษาของบริษัทของเรา แม้ว่าเขาจะเป็นคนเข้มงวดมากก็ตาม
  5. นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้จะเสาะหาโลหะที่พบได้ยากมากในพื้นที่นี้

สุดท้ายนี้ อยากจะให้เพื่อนๆ ได้รู้ว่า เทคนิคดังกล่าวที่ให้มาทั้งหมดนั้น เป็นเทคนิคที่ต้องบวกกับความสามารถในการอ่าน ทักษะในการจำคำศัพท์ และการฝึกฝนการอ่านภาษาอังกฤษบ่อยๆ ของเพื่อนๆ ด้วยนะ เพราะการเดาก็ยังคงเป็นการเดาอยู่วันยังค่ำ แต่ถ้าเราเดาศัพท์ด้วยความรู้ที่มีด้วย ก็จะทำให้เราทำข้อสอบ IELTS ได้แบนด์ที่สูงขึ้นแน่นอนค่ะ

เดือนหน้า IELTS Tips จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรบ้าง ติดตามกันต่อไปเรื่อยๆ เลยนะคะ

Oxbridge Institute

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)