ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนตุลาคม วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 1 ตุลาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 6 ตุลาคม, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 18 ตุลาคม ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 18 กันยายน, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 19 กันยายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 23 กันยายน คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 27 กันยายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 30 กันยายน ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 25 กันยายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 8 ตุลาคม ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 24 กันยายน, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 11 ตุลาคม ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดา เริ่ม 16 ตุลาคม ค่ะ

[IELTS Tips] การใช้ Past Simple และ Past Perfect Simple (ตอนที่ 1)

การใช้ Past Simple และ Past Perfect Simple (ตอนที่ 1)

เพื่อนๆ บางคนคงเคยมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ Past Simple และ Past Perfect Simple จนอาจเกิดความสับสนว่า tense เหล่านั้นมีคุณสมบัติและวิธีการใช้ที่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจนี้กันค่ะ

สาเหตุหลักที่นักเรียนชาวไทยมีความสับสนในการใช้ tense ของภาษาอังกฤษนั้นเป็นเพราะในภาษาไทยเรา ไม่มีรูปกริยาที่ผันไปตามกาลแบบภาษาต่างประเทศเช่นในภาษาอังกฤษ ทำให้เรามักจะงงว่าเมื่อไรควรจะใช้ tense อะไรเพื่อบอกปัจจุบันกาล อดีตกาล หรืออนาคตกาล

การใช้ past simple และ past perfect simple

จริงๆ แล้ว ถ้าเราทำความเข้าใจและ “ทำใจ” ให้ได้ว่าภาษาในแต่ละภาษาก็มีเอกลักษณ์เฉพาะเป็นของตัวเอง ก็จะเป็นหนทางแรกที่จะทำให้เราใช้ tense ของภาษาอังกฤษได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น

ทีนี้เรามาดูคุณลักษณะที่เหมือนกันก่อนของ past simple และ past perfect simple ซึ่งว่ากันแบบกว้างๆ แล้วก็คือ ทั้งสองนี้แสดงการกระทำที่เกิดในอดีต และการกระทำนั้นได้จบสิ้นลงแล้ว ไม่มีผลใดๆ อีกเลยในช่วงเวลาปัจจุบัน ย้ำอีกครั้งนะคะว่า การกระทำนั้นจบลงแล้วและไม่เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาในปัจจุบันค่ะ

แต่ความแตกต่างของ past simple กับ past perfect simple นั้นก็คือ การที่ past simple ใช้บอกการกระทำที่เกิดในอดีต ซึ่งการกระทำนั้นอาจจะทำเป็นกิจวัตรหรือเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ก็ได้ แต่ต้องเกิดในอดีตเท่านั้น และมักจะมีคำวิเศษณ์บอกเวลาในอดีตเช่น last year (ปีที่แล้ว), yesterday (เมื่อวานนี้) หรือ in 2000 (ในปี 2543) เป็นต้น

Past Simple

ตัวอย่างเช่น We went to study English in Cambridge last year.

(เมื่อปีที่แล้ว เราไปเรียนภาษาอังกฤษที่เคมบริดจ์)

จะเห็นได้ว่า เวลาเพื่อนๆ แปลประโยคนี้เป็นภาษาไทย จะไม่เห็นรูปกริยาที่แสดงอดีตกาลแบบภาษาอังกฤษเลย คงเหลือแต่คำวิเศษณ์บอกเวลาในอดีตเท่านั้น นี่แหละ เป็นความแตกต่างของภาษาไทยและภาษาอังกฤษในเรื่องของ tense ที่ทำให้ผู้เรียนชาวไทยอย่างเรางงและสับสนไปตามๆ กัน

คราวนี้มาพูดเรื่อง past perfect simple กันบ้าง วิธีการใช้จริงๆ แล้ว ง่ายกว่า past simple เยอะมาก แต่เพื่อนๆ ต้องมีความใส่ใจกับรายละเอียดของรูปกริยาและความหมายให้มากขึ้นเท่านั้นเอง

รูปกริยาของ past perfect simple จะแตกต่างจาก past simple ตรงที่

  • ใช้กริยา have ซึ่งผันในรูปของ past participle หรือกริยาช่องที่ 3 ตามที่พวกเรารู้จักกันดี โดยกริยา have นี้จะทำหน้าที่เป็นกริยาช่วย นำหน้ากริยาแท้ซึ่งก็ผันเป็นกริยาช่องที่ 3 เช่นเดียวกัน
  • ในขณะที่ past simple จะใช้กริยาแท้ผันเป็นรูปอดีตเฉยๆ หรือกริยาช่องที่ 2 เท่านั้น

ตัวอย่างเช่น กริยา fly (บิน) ถ้าใช้กับ past simple จะผันเป็น flew แต่ถ้าใช้กับ past perfect simple จะมีรูป had flown นั่นเอง กรณีที่เราจะสร้างรูปประโยคปฏิเสธหรือคำถาม ถ้าเป็น past perfect simple เราใช้กริยา have ที่ผันเป็น past participle นี่แหละมาสร้างประโยคเหล่านี้ เช่น

Had they arrived before the concert began? (พวกเขามาถึงก่อนที่คอนเสิร์ตเริ่มหรือเปล่า?) – ประโยคคำถาม

They had not arrived before the concert began. (พวกเขาไม่ได้มาถึงก่อนที่คอนเสิร์ตเริ่ม) – ประโยคปฏิเสธ

                They had arrived before the concert began. (พวกเขามาถึงก่อนที่คอนเสิร์ตเริ่ม) – ประโยคบอกเล่า

ส่วนประโยคคำถามและประโยคปฏิเสธของ past simple เราจะใช้กริยา do ซึ่งผันในรูปอดีตหรือกริยาช่องที่ 2 มาสร้างประโยคค่ะ และอย่าลืมว่า กริยาแท้ให้คงรูปไว้ ไม่ต้องผัน เช่น

Did Mary meet her teacher yesterday? (แมรี่พบครูเมื่อวานนี้หรือยัง?) – ประโยคคำถาม

Mary did not meet her teacher yesterday. (แมรี่ไม่ได้พบครูเมื่อวานนี้) – ประโยคปฏิเสธ

Mary met her teacher yesterday. (แมรี่พบครูแล้วเมื่อวานนี้) – ประโยคบอกเล่า

ในส่วนของการใช้ past simple กับ past perfect simple ก็มีความแตกต่างกันนะคะ พูดกว้างๆ ก็คือ

  • เราใช้ past simple เพื่อเล่าเรื่องราวในอดีต หรือการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต
  • ในขณะที่ past perfect simple จะบ่งบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีต

ตามปกติแล้ว เรามักจะใช้ past perfect simple เพื่อเล่าเหตุการณ์ในอดีตควบคู่ไปกับ past simple เพื่อบอกลำดับเหตุการณ์สองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนและหลัง ตรงนี้สำคัญมากนะคะเพื่อนๆ เพราะเป็นจุดที่แยกคุณลักษณะของ past simple และ past perfect simple ออกจากกัน แม้ว่าทั้งคู่จะใช้บอกเหตุการณ์ในอดีตก็ตาม

Past Perfect Simple

มาดูตัวอย่างที่ 1 กันค่ะ

Last night, when we arrived home, our parents had already finished the dinner.

(เมื่อคืนนี้ ตอนที่เรากลับมาถึงบ้าน พ่อแม่ก็ทานข้าวเย็นกันเรียบร้อยแล้ว)

เห็นไหมคะว่า เหตุการณ์ทั้งสอง นั่นคือ 1. การกลับมาถึงบ้าน กับ 2. การทานข้าวเย็น เกิดขึ้นในอดีต (เมื่อคืนนี้) ทั้งคู่ แต่เหตุการณ์แรกเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เหตุการณ์ที่สองนั้นจบสิ้นลง เพื่อนๆ ที่ช่างสังเกตหน่อย จะเห็นคำว่า already ซึ่งเป็นคำวิเศษณ์บอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบก่อนเป็นลำดับแรกควบคู่ไปกับ past perfect simple อีกด้วย

และดูตัวอย่างที่ 2 กันนะคะ

A newly employed financial officer quit his job after dozens of easy typewriting tasks had been assigned to him. (had been assigned –> เป็น passive voice)

(พนักงานการเงินที่เพิ่งจ้างมาใหม่ลาออก หลังจากที่ได้รับมอบหมายให้จัดการงานพิมพ์ง่ายๆ จำนวนเป็นโหลๆ)

ประโยคนี้ เป็นตัวอย่างจาก IELTS Essay Task 2 เรื่องของการเปลี่ยนงานบ่อยของคนรุ่นใหม่ค่ะ เหตุการณ์ 1. การลาออกจากงาน กับ 2. ได้รับมอบหมายให้จัดการงานพิมพ์ เกิดขึ้นในอดีตทั้งคู่ แต่เหตุการณ์แรกเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เหตุการณ์ที่สองนั้นจบสิ้นลง ในประโยคนี้ คำว่า after เป็นคำสันธาน (conjunction) สำคัญที่บ่งชี้ให้เห็นชัดเจนเลยว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นไปก่อนที่อีกเหตุการณ์จะเกิดขึ้นตามมาค่ะ ในการเขียน Task 2 essays ถ้าผู้สอบ IELTS สามารถสอดแทรก Tenses ในระดับยากแบบนี้เข้าไป จะช่วย “boost band score” ได้แน่นอนนะคะ

ครั้งหน้า เราจะมาศึกษาเพิ่มเติมว่าการใช้ past simple และ past perfect simple นั้น มีอะไรกันอีกบ้าง รับรองน่าสนใจและเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนที่กำลังเตรียมตัวสอบ IELTS แน่นอนค่ะ

Oxbridge IELTS Institute

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)