ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนกรกฎาคม วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 27 กรกฎาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 29 กรกฎาคม เดือนสิงหาคม วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 10 สิงหาคม ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 29 กรกฎาคม, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 31 กรกฎาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 8 สิงหาคม คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 30 กรกฎาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 7 สิงหาคม ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 24 กรกฎาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 26 สิงหาคม ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 2 สิงหาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 5 สิงหาคม ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดา+วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 24 กรกฎาคม ค่ะ

Grammar ใครว่ายาก? You’re welcome หรือ your welcome และวิธีการเลือกใช้คำตอบรับแบบต่างๆ

You’re welcome หรือ your welcome และวิธีการเลือกใช้คำตอบรับแบบต่างๆ

you-re-welcome

photo credit: yourewelcomecards.com

 วันนี้เขียนในเรื่องที่มีโอกาสได้เห็นและพบมาหน่อยนะคะ หลายคนเวลาตอบรับคำขอบคุณเวลามีคนทำอะไรให้ มักจะติดใช้คำว่า you’re welcome แต่พอถามไปว่าจริงๆแล้วคำนี้มัน you’re welcome หรือ your welcome หลายคนกลับไม่มั่นใจ

 

จริงๆแล้วคำนี้มีที่มาจากคำว่า you are welcome. เพราะฉะนั้น รูปแบบที่ถูกต้องจะเป็น “You’re Welcome” นะคะ

 

พอพูดถึงคำนี้ ทำให้นึกได้ว่า จริงๆแล้วคำที่ใช้ตอบรับแบบเดียวกันยังมีอีกมาก ลองมาดูกันนะคะว่ามีอะไรบ้าง และใช้ในสถานการณ์แบบใด

 

You’re welcome” / My pleasure /

No problem” / No worries” / Not at all –> สังเกตว่า กลุ่มนี้มักจะใช้ ตอบรับคำขอบคุณ

ตอบรับคำขอบคุณ

ตัวอย่าง
ถ้าเราช่วยใคร (ทั้งที่รู้จัก หรือไม่รู้จัก) ในการทำบางสิ่งบางอย่าง
เค้าขอบคุณเรา เราก็จะตอบไปว่า You’re welcome
ถ้าสนิทๆ หน่อย ก็จะใช้คำว่า No problem ก็ได้
หรือ เวลาที่เราขอให้เค้าทำอะไรให้ เช่น ขอข้อมูล หรือถามอะไรก็ตาม
เค้ามักจะใช้สำนวนติดปากว่า no worries จะได้ยินบ่อยมาก ใช้ได้แทบทุกสถานการณ์
ส่วน you’re welcome นั้นออกจะเป็นทางการไปสักนิด มีความหมายคล้ายกับคำว่า “my pleasure – ด้วยความยินดี”
หากคุณให้สละที่นั่งให้แก่ผู้สูงอายุ บนรถรางลอยฟ้า แล้วเขาพูดว่า “Thank you for the seat.”
คุณก็พูดกลับไปว่า Not at all ไม่เป็นไร มิได้หรือในบางกรณีที่เราทำอะไรผิด หรือว่าทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนนิดหน่อย
เช่นทำกาแฟหกกระเซ็นไปโดนผู้อื่น แต่ไม่มาก หรือเราเดินไปชนผู้อื่น
เราก็จะพูดว่า I am so sorry.
เขาก็อาจจะตอบกลับมาว่า Not at all ได้เช่นกัน


Never mind” / “That’s alright” / “You’re alright
—> สังเกตว่า กลุ่มนี้มักจะใช้ ตอบรับคำขอโทษ

ตอบรับคำขอโทษ

ตัวอย่าง
หากเราเผลอไปยืนขวางทางใครเข้า เมื่อเราพูดหรือกล่าวคำขอโทษ
เค้าอาจจะตอบเรากลับมาว่า Never mindหรือ That ‘s alright” ก็ได้
หรือบางทีเค้าอาจจะตอบว่า You ‘re alright

That’s ok” / “That’s fine” / “It’s not a big deal

ตอบรับทั่วๆไป

ตัวอย่าง
ถ้ามีคนมาขอต่อรองว่า “ฉันขอใช้พาสปอร์ต เเทนบัตรประชาชน ได้หรือไม่”
เราตอบว่าได้ ไม่มีปัญหา ไม่เป็นไร มันใช้เเทนกันได้ เราก็จะตอบไปว่า
That ‘s ok หรือ That’s fine หรือบางทีก็ใช้ It’s not a big deal ได้ไม่เป็นไร

 

คำตอบรับเหล่านี้ดูจะคล้ายกันแต่จริงๆก็มีวิธีหรือสถานการณ์ต่างๆที่สามารถเลือกใช้ได้ บางคนอาจจะบอกว่าคำเหล่านี้มันก็ใช้แทนกันได้ทั้งหมดไม่ใช่เหรอพี่?

 

พี่จะขอยกตัวอย่างให้ดูสักสถานการณ์ละกันนะคะ

เช่น หากมีชาวต่างชาติมาเดินชนเรา แล้วเค้าขอโทษ เราตอบไปว่า “you’re welcome” ฝรั่งคงงง ว่าเราดีใจที่เค้าเดินชน (จะให้เดินชนอีกไหม? ><“)

จะเห็นได้ว่า การใช้คำให้ถูกต้องตามสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรละเลยค่ะ

Oxbridge IELTS  Institute

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)