ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนธันวาคม วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 14 ธันวาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 15 ธันวาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 17 ธันวาคม ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 3 ธันวาคม, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 13 ธันวาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 19 ธันวาคม คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 10 ธันวาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 11 มกราคม ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 10 ธันวาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 9 มกราคม ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 7 ธันวาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 11 ธันวาคม ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดา เริ่ม 30 พฤศจิกายน ค่ะ

วิธีการใช้ Phrasal Verbs ที่ขึ้นต้นด้วย Get และวลีที่เราใช้ผิดเสมอ "Get in" VS "Get on"

อาจารย์ชาวต่างชาติบอกพี่ๆเสมอว่ามีหลายๆคำที่คนไทยเรามักใช้สลับกันไปมา อย่างในบางครั้งเวลาจะแนะนำชาวต่างชาติขึ้นรถเมล์หรือรถ Taxi หรือแม้กระทั่งนั่งวินมอเตอร์ไซค์ ก็มักจะพูดผิดกันเสมอ

ใช่แล้วค่ะ คำนั้นคือ GET นั่นเอง!

เป็นไหมคะเวลาจะพูดว่า ขึ้นรถ บางทีก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้ get in หรือ get on แล้ว 2 คำนี้มันใช้ยังไงกันคำไหนผิด คำไหนถูก?

get on get in

คำตอบ: ใช้ได้ทั้ง get in และ get on เลยค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นรถแบบไหน

ถ้าเป็นพาหนะขนาดใหญ่ เช่น รถประจำทาง (bus) รถไฟ (train) และ เครื่องบิน (plane) ให้ใช้ get on เช่น
He got on a bus. = เขาได้ขึ้นรถเมล์ไปแล้ว
ประโยคนี้เปลี่ยน get เป็น got ซึ่งเป็นกริยาช่อง 2 เพื่อเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีต นอกจากนั้น get on ยังสามารถใช้กับรถที่เราขี่หรือนั่ง เช่น
bicycle รถจักยาน
motorcycle มอเตอร์ไซค์
horse ม้า
Get on your bike. = ขึ้นไปขี่จักรยานของเธอสิ

ส่วน get in จะใช้กับพาหนะที่เล็ก เช่น car (รถยนต์) และ taxi ถ้าเป็นอเมริกันอิงลิช จะใช้ cab เช่น
Get in the car! = ขึ้นรถกันได้แล้ว

คราวนี้มาถึงการลงรถกันบ้าง เราใช้ get off กับพาหนะขนาดใหญ่ รวมถึงจักรยานและมอเตอร์ไซต์ แต่ถ้าเป็นรถยนต์และแท็กซี่ ให้ใช้ get out of เช่น
Don’t get out of your car. It isn’t safe
อย่าลงจากรถนะ มันไม่ปลอดภัย

การลงจากรถจึงใช้ get off และ get out of
แต่อย่าจำสลับกันกับ get down นะคะ เพราะคำนี้แปลว่า “ทำให้รู้สึกแย่” เช่น
His disgusting behavior gets me down.
พฤติกรรมที่น่ารังเกียจของเขาทำให้ฉันรู้สึกแย่

get down ยังหมายถึง “เริ่มลงไปตั้งใจทำอะไรบางอย่าง” เช่น
Let’s get down to work = เริ่มทำงานกันได้แล้ว
หรือถ้าจะแปลตรงตัว หากเราจะสั่งให้ใครลงมาจากที่สูง ก็สามารถพูดว่า
Get down. = ลงมาได้แล้ว

เห็นไหมคะว่า phrasal verbs มักมีความหมายใหม่ที่แตกต่างไปจากการแปลตรงๆ อย่างเช่น get up จะแปลว่าลุกขึ้นอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะคำนี้หมายถึงตื่นนอนแล้วลุกออกจากเตียง ซึ่งต่างจาก wake up ที่หมายถึงการตื่นจากหลับ แต่ยังอาจนอนอยู่บนเตียงอยู่

get along with หมายถึง “เข้ากันได้” เช่น
I cannot get along with my girlfriend.
ผมเข้ากับแฟนสาวของผมไม่ได้ หรือจะแปลว่า เราไปด้วยกันไม่ได้

get over หมายถึง “หายจากอาการป่วย” มักใช้ว่า
get over an illness

get through หมายถึง “เอาชนะอุปสรรค” หรือ “ประสบความสำเร็จ” เช่น
At the end, he got through all the difficulties.
ในท้ายที่สุด เขาก็สามารถเอาชนะอุปสรรคได้

get rid of หมายถึง “กำจัด” เช่น
I try to get rid of my loneliness.
ฉันพยายามจะกำจัดความเหงา หรืออีกนัยหนึ่งคือ ฉันพยายามหาอะไรทำเพื่อให้ไม่เหงา

คิดว่า คราวนี้น้องๆคงจะเข้าใจวิธีการใช้ GET กันมากขึ้นแล้วนะคะ

IELTS INSTITUTE – เรียน IELTS กับอาจารย์ประจำและอาจารย์พิเศษ ของคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ และ อาจารย์ต่างชาติ IELTS Examiner

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)