ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนตุลาคม วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 18 ตุลาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 28 ตุลาคม เดือนพฤศจิกายน วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 22 พฤศจิกายน ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 28 ตุลาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 6 พฤศจิกายน, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 14 พฤศจิกายน คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 21 ตุลาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 24 ตุลาคม ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 8 พฤศจิกายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 19 พฤศจิกายน ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 8 พฤศจิกายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 11 พฤศจิกายน ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดา เริ่ม 27 ตุลาคม ค่ะ

[Grammar Tips] การใช้ Past Simple และ Past Continuous

IELTS Tip

การใช้ Past Simple และ Past Continuous

ขึ้นหัวเรื่องมาอย่างนี้ เพื่อนๆ อาจจะคิดว่าเป็นเรื่องที่ยากและน่าสับสนอีกแล้วใช่มั้ยคะ แต่อย่าเพิ่งตกอกตกใจไปค่ะ เพราะจริงๆ แล้ว เรื่องของทั้งสอง tense นี้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแต่เพื่อนๆ ต้องมีความระมัดระวังและช่างสังเกตนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ

Past Simple Timeline

มาทบทวนกันเล็กน้อยดีกว่า… เมื่อหลายวันก่อน เราคุยกันเกี่ยวกับเรื่อง Past Simple และ Past Perfect Simple ก็ได้เห็นความแตกต่างของทั้งสอง tense นี้ไปแล้วว่า Past Simple จะใช้กับการบรรยายเหตุการณ์ในอดีตทั่วๆ ไป แต่ Past Perfect Simple ใช้กับการพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีต และโดยปกติ Past Perfect Simple มักจะใช้ร่วมกันกับ Past Simple นะคะ

คราวนี้มาเข้าเรื่องของเราในตอนนี้กันบ้าง เพื่อนๆ คงรู้กันแล้วว่า Past Continuous มีรูปลักษณะอย่างไรใช่ไหม?

Verb to Be + V.ing

นี่คือรูปร่างของ Past Continuous จ้ะ ประกอบด้วย Verb to Be ที่ทำหน้าที่เป็นกริยาช่วยในประโยคและกริยาแท้ที่ต้องผันด้วยการเติม –ing ต่อท้ายเข้าไปไงล่ะจ๊ะ เช่น were going, was farming, were tutoring หรือ was showering เป็นต้น

Past Continuous Timeline

แล้วเจ้า Past Continuous นี้ใช้ยังไง? แน่นอนว่ามันต้องใช้บอกเหตุการณ์หรือการกระทำในอดีต แต่ต้องเป็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ณ จุดหนึ่งจุดใดหรือช่วงหนึ่งช่วงใดในอดีตเท่านั้นและมีความต่อเนื่องของการกระทำ นั่นหมายความว่า การกระทำดังกล่าวยังไม่จบสิ้นสมบูรณ์จ้ะ เช่น

ถ้าเราพูดว่า Last night, at 9 p.m., I was finishing homework. นั่นไม่ได้หมายความว่าเราทำการบ้านเสร็จตอนสามทุ่มของเมื่อวานนี้นะ แต่เรากำลังทำการบ้านให้เสร็จอยู่ ณ ช่วงเวลานั้น ซึ่งต่างจาก Last night, at 9 p.m., I finished homework. ที่ใช้รูป Past Simple เพราะแสดงให้เห็นว่าเราทำการบ้านนั้นเสร็จลงทันทีเมื่อเวลาสามทุ่มของเมื่อวาน

สรุปค่ะ สรุป จากตัวอย่างข้างต้น เราใช้ past continuous เมื่อเราต้องการบอกการกระทำที่ใช้ระยะเวลาและดำเนินไปเรื่อยๆ ในขณะที่ past simple จะใช้เมื่อเราต้องการบอกผลของการกระทำที่จบลง โดยทั้งสอง tense นี้จะต้องเกิดในอดีตเสมอและไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ อีกแล้วกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน จากตัวอย่างข้างต้น เราจะเห็นได้ว่า การทำการบ้านให้เสร็จนั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ อีกแล้วในขณะที่เราพูดตอนนี้ เป็นเพียงการกระทำในอดีตที่เราต้องการเล่าหรือแจ้งให้ผู้ฟังทราบเท่านั้นเอง

เพื่อนๆ บางคน อาจจะมีคำถามขึ้นมาอีกว่า ถ้าเราใช้ Past Perfect Simple คู่กับ Past simple ได้ แล้วเราจะใช้ Past Continuous คู่กับ Past Simple ได้ไหม? คำตอบคือ ได้ค่ะ แต่ข้อสำคัญก็คือ ในการสอบไวยากรณ์หรือสอบเขียนเรียงความ เพื่อนๆ จะต้องแม่นยำในวิธีการใช้ tense เหล่านี้ให้มาก เพราะหมายถึงคะแนนที่เพื่อนๆ จะได้หรือเสียไป นั่นเอง

เราจะใช้ Past Simple ควบคู่กับ Past Continuous ในกรณีที่เราต้องการชี้ให้เห็นว่า เกิดการกระทำ 2 อย่าง โดยการกระทำที่ใช้ Past Simple เป็นการกระทำที่มาขัดจังหวะหรือเกิดในระหว่างการกระทำอีกอย่างหนึ่งที่ดำเนินเรื่อยมาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาเดียวกันในอดีต ซึ่งก็คือการกระทำที่ใช้ Past Continuous นั่นเอง ตัวอย่างเช่น

เราต้องการจะพูดว่า เมื่อวานนี้ มีโทรศัพท์ดังในขณะที่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว โดยจะเห็นว่า เหตุการณ์ที่โทรศัพท์ดังขึ้น เป็นการกระทำที่ขัดจังหวะการทำกับข้าว ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีตทั้งคู่ แต่เหตุการณ์แรกใช้ Past Simple ส่วน เหตุการณ์ที่สองใช้ Past Continuous แน่นอนค่ะ

Yesterday, the phone rang when we were cooking in the kitchen.

ในกรณีที่เราต้องการจะบรรยายการกระทำหลายๆ อย่างในอดีตล่ะ จะใช้ tense อะไร? คำตอบคือ ตามปกติ ถ้าเราบรรยายเหตุการณ์ในอดีตหลายๆ เหตุการณ์ เรามักจะใช้ Past Simple นี้เป็นหลักเสมอ เช่น

Last year, I traveled to Europe, met my friends in Rome, did some shopping in Paris and tasted wine in o Porto.

(เมื่อปีที่แล้ว ฉันเดินทางท่องเที่ยวในยุโรป ได้ไปเยี่ยมเพื่อนๆ ที่กรุงโรม แวะซื้อของที่ปารีส และลิ้มรสไวน์ที่เมืองโอ ปอร์โต้)

                ซึ่งเราจะเห็นว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องเล่าโดยทั่วๆ ไปในอดีตที่ผ่านมาและเกิดขึ้นเป็นลำดับๆ แต่จบสิ้นลงไปแล้ว ไม่มีความเกี่ยวเนื่องกันอีกกับเหตุการณ์ปัจจุบันเลยค่ะ

คราวนี้ เรามาดูตัวอย่างข้อสอบไวยากรณ์ของ IELTS ในส่วนนี้กันบ้าง

When I ………. (meet) my friends Tom and Dan at the airport two weeks ago, they …………. (go) for a conference in York while I ………… (leave) for Norway.

ก่อนอื่น เราต้องดูว่าเหตุการณ์ในวงเล็บทั้งสามนั้นเกิดในอดีตหรือปัจจุบัน เราจะเห็นว่า ในโจทย์มีคำว่า two weeks ago (สองอาทิตย์ก่อน) ซึ่งบอกว่าเป็นเหตุการณ์ในอดีตทั้งหมด คราวนี้ เราก็มาดูว่าเหตุการณ์ทั้งสามนั้นเกิดขึ้นเป็นลำดับๆ หรือไม่ แน่นอนว่าไม่ใช่ เพราะการพบเพื่อนทั้งสองเกิดขึ้นขัดจังหวะการไปเข้าร่วมการประชุมของเพื่อนกับการไปนอร์เวย์ของผู้พูด ดังนั้น เราจึงใช้ past simple กับกริยาตัวแรกและ past continuous กับกริยาสองตัวที่เหลือค่ะ ก็จะเป็น

When I met my friends Tom and Dan at the airport two weeks ago, they were going for a conference in York while I was leaving for Norway. (เมื่อผมพบเพื่อนๆ ของผมคือ ทอมและแดน ที่สนามบินเมื่อสองอาทิตย์ก่อน พวกเขากำลังเดินทางไปร่วมงานประชุมที่เมืองยอร์ค ส่วนผมกำลังจะไปประเทศนอร์เวย์)

ลองทำอีกข้อหนึ่งนะคะ

Before the advent of money, people ……………. (exchange) goods or food with others or ……….. (use) shells or pebbles to buy things instead of coins and banknotes.

เหตุการณ์ในประโยคนี้ แตกต่างจากประโยคก่อนหน้า เพราะเป็นเหตุการณ์ที่บรรยายสภาพความเป็นไปในอดีต ไม่มีการขัดจังหวะของเหตุการณ์ใดๆ เลย ดังนั้น กริยาทั้งสองคือ exchange และ use จึงอยู่ในรูป past simple ค่ะ

Before the advent of money, people exchanged goods or food with others or used shells or pebbles to buy things instead of coins and banknotes. (ก่อนการถือกำเนิดของเงินตรา ผู้คนแลกเปลี่ยนสินค้าหรืออาหารกับคนอื่น บ้างก็ใช้เปลือกหอยหรือก้อนกรวดแทนเหรียญและธนบัตร)

เห็นไหม เรื่องนี้ง่ายมากๆ เลย

ในครั้งหน้า เคล็ดลับ IELTS ของเราจะเป็นเรื่องอะไร ติดตามได้ที่นี่เลยนะคะ

Oxbridge Institute

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)