ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนมกราคม วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 9 มกราคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 10 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 21 มกราคม ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 12 ธันวาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 6 มกราคม, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 8 มกราคม คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 6 มกราคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 10 มกราคม ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 8 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 14 มกราคม ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 24 ธันวาคม, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 8 มกราคม ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 9 มกราคม ค่ะ

[Grammar Tips] Noun Clauses คืออะไร?

Noun Clauses คืออะไร?

Noun Clause

Noun Clauses ทำหน้าที่เสมือนหนึ่งเป็นคำนามในประโยค ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้ noun clauses โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังใช้ noun clauses อยู่เลย เช่น

Somsak thinks he had better stop smoking now.

ประโยคเต็มและเป็นทางการ คือ

Somsak thinks (that) he had better stop smoking.

สมศักดิ์คิดว่าเขาควจะหยุดสูบบุหรี่แล้วตอนนี้

 

I don’t understand Nadej wants to convey.

ประโยคเต็มและเป็นทางการ คือ

I don’t understand (what) Nadej wants to convey.

ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่ณเดชต้องการจะสื่อเลย

 

การใช้ Noun Clause อย่างถูกต้องถือเป็นเรื่องสำคัญมากโดยเฉพาะในส่วนของ Writing และ Speaking ของการสอบ IELTS เนื่องจาก Criteria หนึ่งของการให้คะแนนใน 2 ทักษะนี้ก็คือ grammatical range and accuracy โดยเฉพาะ Writing หากน้องๆอยากได้ Band Score 6.0 ขึ้นไปจะต้องสามารถใช้รูปแบบของ Complex sentence ได้บ้าง (with some errors) แต่หากต้องการไปถึง Band 7.0 ล่ะก็ ต้องลดข้อผิดพลาดในการใช้จนแทบไม่มีเลยค่ะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหากเราไม่ใช้ Noun Clause ในการสอบ Writing เลย จะทำให้ไม่ได้ Band 7.0 นะคะ เพราะจริงๆแล้ว Complex Sentence มีหลายประเภท ซึ่ง Noun Clause ถือเป็นหนึ่งในนั้นค่ะ ดังนั้น เรามาศึกษาวิธีใช้งานอย่างถูกต้องกันดีกว่าค่ะ

 

เมื่อ Noun clause ทำหน้าที่เสมือนเป็นคำนาม ดังนั้น Noun clause จึงสามารถปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่คำนามปรากฏได้ทุกตำแหน่ง คือ เป็นประธาน (Subject) และกรรม (object) จะเป็นประธานหรือกรรมอย่างไรนั้น เดี๋ยวเรามาดูกันนะคะ

Types of Noun Clauses

  1. Subject NC มีตำแหน่งอยู่หน้าประโยคหรือหน้ากริยาทำหน้าที่เป็นประธานในประโยค
  2. Direct Object NC มีตำแหน่งอยู่หลังกริยา ทำหน้าที่เป็นกรรม
  3. Object of Preposition NC มีตำแหน่งอยู่หลังบุรพบท ทำหน้าที่เป็นกรรมของบุรพบท
  4. Subject as Complement NC มีตำแหน่งอยู่หลัง to be ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายประธาน

 

1. Subject Noun Clauses

โดยปกติแล้ว คำนามหรืออนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นประธานในประโยคมักจะปรากฏอยู่หน้ากริยาหรือหน้าประโยค ตัวอย่างเช่น

What causes so many difficulties in the IELTS test is the writing section.

จากประโยคข้างต้น What causes so many difficulties in the IELTS test เป็น noun clause อยู่หน้าประโยค ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค

 

2. Direct Object Noun Clauses

I suggest you that you should go to a movie with me tonight.

ผมแนะนำว่าคุณควรจะไปดูหนังกับผมคืนนี้

จากประโยคข้างต้น that we should go to a movie tonight อยู่หลังกริยา suggest เป็นกรรมตรง (Direct object) ของ suggest ตามหลังกรรมรอง (Indirect object)

ข้อพึงระวัง ในการสอบ IELTS Speaking น้องๆสามารถลดรูปโดยการละ “that” ออกได้ นะคะ

I believe students should not have to wear a uniform.

แต่สำหรับการสอบเขียนซึ่งควรใช้ภาษาอย่างเป็นทางการนั้น IELTS Examiner แนะนำว่าเราควรใส่ “that” ไว้ในประโยคด้วยค่ะ

I believe that students should not have to wear a uniform.

 

3. Object of the Preposition Noun Clauses

Yaya is always proud of where she was born.

ญาญ่าภูมิใจในบ้านเกิดของตนเองเสมอ

จากประโยคข้างต้น where she was born เป็นคำนาม มีตำแหน่งอยู่หลังบุรพบท (Preposition) of ทำหน้าที่เป็นกรรมของ of ค่ะ

 

4. Subject as Complement Noun Clauses

The stability of life is what James ji wants the most in his life.

ความมั่นคงในชีวิตคือสิ่งที่เจมส์ จิต้องการที่สุด

จากประโยคข้างต้น what James ji wants the most in his life มีตำแหน่งอยู่หลังกริยาช่วย (V.to be) is ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายหรือเป็นส่วนสมบูรณ์ของประธาน the stability of life เพื่อบ่งชี้หรือขยายความ the stability of life

ประเภทของ Noun Clause

Noun clauses เมื่ออยู่ในตำแหน่งของประธานจะเรียกว่า “Subject noun clauses” แต่เมื่ออยู่ในตำแหน่งของกรรม จะเรียกว่า “Object noun clauses” ทั้งนี้เมื่อแบ่งประเภทของ Noun Clause ที่เป็นกรรมจะแบ่งออกมาได้อีกหลายประเภท ลองมาทำความเข้าใจกันดูนะคะ

ประเภทของ Object Noun Clauses

Object Noun Clauses จะต้องอยู่คู่กับ Main Clause ของประโยคเสมอ โดยประโยคจะเริ่มด้วย Main Clause แล้วตามด้วย Object Noun clause โดยไม่ต้องมีเครื่องหมาย Comma คั่น Object noun clauses มี 3 ประเภท ได้แก่

  1. Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “that”
  2. Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย “Wh-Words” (หรือ Question Words)
  3. Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “if” หรือ “whether”

 

  1. การใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “That”

เราใช้ Noun clauses ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า that ในกรณีต่อไปนี้

 

  1. ใช้ตามหลัง verbs บางตัวที่แสดงความรู้สึก ความคิด หรือ ความคิดเห็น เช่น agree, feel, know, remember, believe, forget, realize, think, doubt, hope, recognize, understand เช่น

Sompong knows all along that his mum loves him so much.

สมปองรู้มาโดยตลอดว่าแม่รักเขามากๆ

 

  1. ถ้าเป็นภาษาพูด มักจะละคำว่า that ซึ่งเป็นคำขึ้นต้น clause เช่น

I think that it’s red, not green. (ภาษาทางการ)

I think it’s red, not green. (ภาษาพูด)

 

  1. ส่วนใหญ่กริยา (verb) ที่ปรากฏอยู่ใน main clause มักจะเป็น Present Simple Tense ธรรมดาส่วนกริยา (Verb) ใน noun clause จะเป็น tense อะไรก็ได้ เช่น

I believe it’s raining. (now)

I believe it’ll rain. (very soon)

I believe it rained. (a moment ago)

 

  1. ในการสนทนา ถ้าต้องการหลีกเลี่ยงการพูดคำว่า that บ่อยเกินไป หรือไม่ต้องการพูด noun clause ซ้ำ สามารถตอบโดยใช้คำว่า so หรือ not หลัง main clauses ได้ เช่น

Sarut: Is Sangrawee here today?

Patraporn: I think so.

(คำพูดเต็มๆก็คือ I think that Sangrawee is here today.)

Denlar: Has the rain stopped?

Saksit: I don’t believe so.

(คำพูดเต็มๆก็คือ I don’t believe that the rain has stopped.)

Koob: Are we ready to leave?

Tuptim: I’m afraid not.

(คำพูดเต็มๆก็คือ I’m afraid that we are not ready to leave.)

 

  1. การใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย Wh-Words

 

การใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย Wh-Words (ได้แก่คำว่า what where when why how) มีหลักเกณฑ์ดังนี้

  1. Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย Wh-Words มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Indirect wh-questions และแม้ว่า noun clause เหล่านี้จะขึ้นต้นด้วยคำแสดงคำถาม แต่ลำดับคำ (word order) ในอนุประโยคนี้ จะเป็นลำดับคำของประโยคบอกเล่า ไม่ใช่ลำดับคำของประโยคคำถาม

เช่น  I know why she comes home very late.

(ไม่ใช่ why does she come home very late)

I don’t know when she will arrive.

(ไม่ใช่ when will she arrive)

  1. การใช้เครื่องหมายวรรคตอนของประโยคจะเป็นไปตามลักษณะของ main clause กล่าวคือ ถ้า main clause เป็นคำถามจะใช้เครื่องหมาย question mark ปิดประโยค ถ้า main clause เป็นบอกเล่า จะใช้เครื่องหมาย full stop ปิดประโยค

เช่น  Could you tell me where the elevators are?

(Main clause เป็นคำถาม)

I’m wondering where the elevators are.

(Main clause เป็นบอกเล่า)

  1. ใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย Wh-Words เพื่อแสดงให้คู่สนทนาทราบว่า เราไม่รู้ หรือเราไม่แน่ใจ

เช่น   I don’t know how much it costs.

I would like to know when our next meeting will be.

I’m not sure which house is his.

  1. ใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย Wh-Words เพื่อถามหาข้อมูลอย่างสุภาพ

เช่น   Could you tell me who are injured in the accident?

Can you tell me what time the show starts?

 

  1. การใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย If หรือ Whether

การใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย if หรือ whether มีหลักเกณฑ์ดังนี้

 

  1. Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย if หรือ whether คือ indirect yes/no questions นั่นเอง

เช่น   Direct Question: Did they pass the exam?

Indirect Question: I don’t know if they passed the exam.

(ข้อความที่ขีดเส้นใต้คือ noun clause ที่ขึ้นต้นด้วย if นั่นเอง)

  1. ลำดับคำในประโยค (word order) และเครื่องหมายจบประโยค ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย Wh-Words
  2. จะขึ้นต้น Noun Clauses ด้วยคำว่า if หรือ whether ก็ได้ แต่มักใช้ whether ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างเป็นทางการ

เช่น   Sir, I would like to know whether you prefer coffee or tea.

Tell me if you want to go with us or not.

  1. ใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย if หรือ whether เมื่อ main clause แสดงการใช้ความคิด หรือความคิดคำนึง

เช่น   I can’t remember if I had already paid him.

I wonder whether he will arrive in time.

  1. ใช้ Noun Clauses ที่ขึ้นต้นด้วย if หรือ whether เมื่อต้องการถามคำถามอย่างสุภาพ

เช่น   Do you know if the principal is in his office.

Can you tell me whether the tickets include drinks?

 

การละ that ในประโยค Noun Clause
That ที่นำหน้า noun clause ที่ทำหน้าที่บางหน้าที่ใน complex sentence สามารถจะละได้ในกรณีต่อไปนี้

                  กรณีที่ noun clause เป็น object

We believe (that) he told the truth.
The police assured us (that) the children would be found safe and sound.
I wish (that) I would win the first prize.

                 กรณีที่ noun clause เป็น subject complement

The reason is (that) he speaks English fluently.
My opinion is (that) you’d better stay home.

                ตามหลังคำคุณศัพท์   

I am sure (that) he can get a good job.
They are afraid (that) they cannot catch the 6 o’clock  train.

ข้อยกเว้น: แต่ก็มีบางกรณีที่เราไม่สามารถละ That ได้นะคะ อาทิ เช่น

เมื่อ that-clause ขึ้นต้นประโยค

That coffee grows in Brazil is true.
ที่ว่ากาแฟปลูกในประเทศบราซิลนั้นเป็นความจริง

That she had decided to be engaged frightened me very much.
ที่ว่าหล่อนได้ตัดสินใจที่จะรับหมั้นนั้นทำให้ผมตกใจมากๆ

เมื่อ that-clause เป็นคำซ้อนนามที่อยู่ข้างหน้ามัน (Appositive)

The news that he was murderer is not true.
ข่าวว่าที่เขาเป็นฆาตกรนั้นไม่เป็นความจริงเลย

His belief that the earth moves round the sun is correct.
ความเชื่อของเขาที่ว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์นั้นถูกต้อง

เมื่อ that-clause อยู่หลัง It is (หรือ It was)

It is true that earth moves round the sun.
เป็นความจริงที่ว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์

It is impossible that he has done this by himself.
เป็นไปไม่ได้ที่ว่าเขาได้ทำสิ่งนี้ด้วยตนเอง

เป็นอย่างไรบ้างคะ เชื่อว่าตอนนี้หลายคนหายสงสัยในเรื่องของ Noun Clause กันแล้ว ใครสงสัยและอยากสอบถาม สามารถ inbox มาทาง Fan Page ได้เลยนะคะ

OXBRIDGE INSTITUTE

 

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)