ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนกุมภาพันธ์ วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 1 กุมภาพันธ์, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 4 กุมภาพันธ์, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 21 กุมภาพันธ์ ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 12 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 22 มกราคม, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 2 กุมภาพันธ์ คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 11 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 29 มกราคม ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 9 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 29 มกราคม ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 11 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 22 มกราคม ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันอาทิตย์ เริ่ม 29 มกราคม, วันธรรมดา เริ่ม 6 กุมภาพันธ์ ค่ะ

การใช้คำเชื่อม เมื่อต้องไปสอบ IELTS (ตอนที่ 1)

การใช้คำเชื่อม เมื่อต้องไปสอบ IELTS (ตอนที่ 1)

Cohesive Devices for IELTS (Part 1)

Cohesive Device for IELTS Test

Cohesive Device for IELTS Test

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ กลับมาพบกันอีกครั้งนะคะ สำหรับเคล็ดลับดี ๆ ในการสอบ IELTS ที่สถาบันของเรานำเสนอเป็นประจำ วันนี้เราจะมาแนะนำในส่วนของการสอบเขียนกันบ้าง เป็นเรื่องการใช้คำเชื่อม หรือ Cohesive Devices นั่นเองค่ะ

“คำเชื่อม” เป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยในการสอบข้อเขียนของ IELTS และเวลาที่ผิดพลาด ก็ส่งผลเสียมากเป็นพิเศษด้วยล่ะ ก่อนอื่น ต้องขออธิบายว่า “คำเชื่อม” ที่ว่านี้ นอกจากจะเรียนได้ว่า ‘Cohesive Devices’ แล้วนั้น ยังมีชื่ออื่นๆ ในภาษาอังกฤษอีก เช่น linking words, linkers, connectors, discourse markers หรือ transitional words ด้วยค่ะ

“คำเชื่อม”  ที่เห็นบ่อย มีอาทิเช่น :  ‘ตัวอย่างเช่น – For example, ‘อย่างไรก็ตาม – However และ ‘นอกจากนี้ – Moreover

ตัวคำเชื่อมนั้นมีหน้าที่ทำให้เกิด

  1. การเชื่อมเนื้อหา (Coherence) ซึ่งก็คือการเรียบเรียงเนื้อหาของผู้เขียนเรียงความในแต่ละย่อหน้า สร้างความชัดเจน ให้กับความคิดเห็นของผู้เขียน ฯลฯ และ
  2. การเชื่อมประโยค (Cohesion) ซึ่งเป็นจุดรองลงมาของการเชื่อมถัดจากการเชื่อมเนื้อหาใหญ่ๆ ในแต่ละย่อหน้า

Coherence และ Cohesion หรือความต่อเนื่อง เชื่อมโยงที่ว่านี้ Examiner จะให้สัดส่วนคะแนนถึง 25% เลยนะคะ ปัญหาก็คือผู้สอบจำนวนไม่น้อยไม่สามารถใช้ “คำเชื่อม” อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ได้คะแนนน้อยลงอย่างน่าเสียดายค่ะ

ดังนั้น เราจะมาเรียนกันว่าจะใช้งานคำเชื่อมอย่างไร และควรจะใช้ตอนไหนเพื่อให้ได้คะแนนจากจุดนี้กันค่ะ

 

คำเชื่อม (Cohesive Devices) คืออะไร ?

คำเชื่อม คือ คำสันธานในภาษาอังกฤษ โดยจะใช้เชื่อมระหว่างประโยค  เพื่อบอกผู้อ่านว่าเราต้องการสื่ออะไรในงานเขียนของเรา และยังเป็นตัวบ่งบอกผู้อ่านถึงความสัมพันธ์ระหว่างประโยคหรือระหว่างย่อหน้าได้อีกด้วย

เรามาลองดูตัวอย่างสองประโยคนี้กันค่ะ

-The public transport in this city is unreliable and it is cheap.
ระบบขนส่งสาธารณะของเมืองนี้ไม่น่าเชื่อถือและราคาถูก

– The public transport in this city is unreliable but it is cheap.
ระบบขนส่งสาธารณะของเมืองนี้ไม่น่าเชื่อถือแต่ราคาถูก

จากตัวอย่างข้างต้น มีการใช้คำเชื่อมสองคำคือ ‘และ (and)’ และ ‘แต่ (but)’ ซึ่งสื่อความหมายออกมาคนละแบบ

– ในตัวอย่างแรก การใช้ and ทำให้การบอกว่า ‘มันถูก’ เป็นการเพิ่มเติมจากข้อมูลก่อนหน้าในประโยค แต่ว่า

– ในประโยคที่สองการใช้ but เป็นการบอกผู้อ่านถึงความเห็นที่ขัดแย้งกันโดยการบอกว่า มันไว้ใจไม่ได้ (ซึ่งเป็นข้อเสีย) แต่ข้อดีก็คือ มันถูก ดังนั้นการใช้ but ในประโยคนี้ สื่อถึงความต้องการของผู้เขียนที่แตกต่างจากประโยคแรกค่ะ

เพื่อนๆ อ่านดูแล้ว คิดว่าตัวอย่างไหน อ่านแล้ว เข้าท่ากว่ากันคะ

อีกประการสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือ แม้ว่าการใช้คำเหล่านี้ช่วยทำให้ข้อความของเรากระชับมากขึ้นและอ่านง่ายขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าเราควรใช้คำเชื่อมให้มากเท่าที่จะมากได้หรอกนะคะ

 

การใช้คำเชื่อมมากเกินไป

          สิ่งที่ผู้สอบส่วนมากทำผิดกัน คือการนำคำเชื่อมมาใช้ในเกือบจะทุกประโยค ถ้าเราพิจารณาจากเกณฑ์การให้คะแนนของแบนด์ 7 จะบอกไว้ว่า ‘uses a range of cohesive devices appropriately although there may be some under-/over-use’ ซึ่งหมายถึงมีการใช้คำเชื่อมอย่างหลากหลายและเหมาะสมแม้ว่าจะมีการใช้มากหรือน้อยเกินไปบ้างก็ยังได้ ซึ่งทำให้ผู้สอบบางคนที่แม้รู้ความหมายและวิธีใช้คำเชื่อม แต่เข้าใจผิดว่าการใช้คำเชื่อมให้เยอะที่สุดจะทำให้ได้คะแนนสูง

ในความเป็นจริงแล้วยิ่งนำคำเชื่อมมาใส่มาก ยิ่งนำไปสู่การใช้งานที่ผิด ซึ่งในเกณฑ์ของ Band 5 นั้น ได้ระบุไว้ว่า ‘makes inadequate, inaccurate or over use of cohesive devices’ ซึ่งหมายถึง มีการใช้คำเชื่อมที่ไม่เหมาะสมหรือใช้เยอะเกินไป ดังนั้นเราควรพิจารณาถึงความหมายและการใช้งานในแต่ละประโยคด้วยนั่นเองค่ะ

ผู้สอบที่ได้สูงถึง IELTS Band 8 จึงเป็นคนที่รู้จักใช้คำเชื่อมเฉพาะเมื่อจำเป็นและใช้งานได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพค่ะ  สรุปแล้ว สิ่งสำคัญก็คือการใช้งานที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ และยังต้องเหมาะสมในด้านความหมายด้วยนะคะ

 

ความหมายและไวยากรณ์ (Meaning and Grammar)

          ปัญหาที่พบได้ในผู้สอบหลายๆ คนคือ การไปท่องคำเชื่อมให้มากๆ เข้าไว้ แต่ไม่ศึกษาความหมายและวิธีใช้ของศัพท์แต่ละคำ ซึ่งถ้าเราใช้คำผิดจะทำให้ผู้อ่านสับสนและถูกตัดคะแนนได้ หากจะใช้แต่ใช้ผิด เลือกไม่ใช้เลยดีกว่านะคะ

          ทางสถาบันแนะนำว่า แทนที่จะท่องศัพท์ทั้งหมด ให้มุ่งความสนใจไปกับบางคำแต่ศึกษาความหมายและวิธิใช้ให้แม่นยำ 100% จะดีกว่า เพราะในการเขียนเรียงความหนึ่งเรื่อง เราไม่จำเป็นต้องใช้คำเชื่อมในทุกๆ ย่อหน้า ขึ้นอยู่กับใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้าที่เราต้องการสื่อถึงผู้อ่านและความสัมพันธ์ของย่อหน้าหนึ่งกับอีกย่อหน้าหนึ่งด้วย นอกจากนี้อย่าพยายามใช้คำเชื่อมที่มีความหมายซับซ้อน หากเราไม่มั่นใจในความหมายค่ะ ลองดูตัวอย่างย่อหน้าสั้นๆ ที่ใช้คำเชื่อมได้กำลังงาม ตามนี้นะคะ

Firstly, the main reason why serious offenders should be kept in prison rather than petty criminals is to protect the public from dangerous criminals. This is because many serious criminals pose a threat to society. They are put in prison to ensure the safety of other citizens. Meanwhile, people who commit minor crimes should not be sent to jails and should be punished by fines since most petty criminals commit crime as a consequence of recklessness.

 

ทำอย่างไรเพื่อพัฒนาทักษะ

          ไม่มีสิ่งไหนได้มาง่าย ๆ โดยไม่ต้องพยายามจริงไหมคะ เช่นกัน เพื่อนๆ จึงไม่สามารถหาตัวอย่างประโยคคำเชื่อมมาแค่ตัวอย่างเดียวและคิดว่าจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับศัพท์นั้นๆ การฝึกฝนจึงต้องอาศัยเวลาและความขยันหมั่นฝึกฝนบ่อย ๆ

เพื่อเป็นการเสริมทักษะการใช้งานคำเชื่อม เพื่อน ๆ ลองปฏิบัติตามวิธีการดังนี้ดูนะคะ

  1. การอ่าน คือวิธีการที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ศัพท์ใหม่ นักเขียนที่ดีมักจะอ่านหนังสือเยอะเช่นกัน เพื่อนๆเลือกหัวข้อที่สนใจมาและอ่านวันละเล็กน้อยสัก 20 นาทีก็พอ แล้วก็จดคำเชื่อมที่ได้เจอพร้อมกับวิธีการใช้ในประโยคนั้นๆ
  2. จากนั้นนำศัพท์ที่ได้ไปตรวจสอบดูในเว็บไซต์ภาษาอังกฤษต่างๆ เพื่อนๆก็จะได้คำอธิบายและตัวอย่างประโยคมาศึกษา อันที่จริง เวบของสถาบันของเราก็มีตัวอย่างการใช้คำเชื่อมมากอยู่นะคะ ลองติดตามอ่านตอนที่ 2 ดูค่ะ
  3. ฝึกหัดการเขียนโดยนำเชื่อมและตัวอย่างที่เคยได้มา มาประยุกต์ใช้ และอาจขอให้อาจารย์มาช่วยตรวจความถูกต้องก็จะดียิ่งขึ้นค่ะ

การฝึกหัดเช่นนี้ จะช่วยให้เพื่อนๆ ซึมซับคำศัพท์ใหม่และวิธีใช้ให้มีประสิทธิภาพขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้การฝึกหัดอยู่เป็นประจำจะช่วยให้พัฒนาทักษะได้ไวขึ้นค่ะ

สำหรับในส่วนที่ 1 นี้เป็นการแนะนำและการเข้าใจเบื้องต้นของคำเชื่อม ในครั้งหน้าเรามาลองดูตัวอย่างคำศัพท์และตัวอย่างประโยคกันนะคะ

Oxbridge Institute

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)