ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนกุมภาพันธ์ วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 1 กุมภาพันธ์, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 4 กุมภาพันธ์, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 21 กุมภาพันธ์ ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 12 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 22 มกราคม, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 2 กุมภาพันธ์ คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 11 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 29 มกราคม ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 9 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 29 มกราคม ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 11 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 22 มกราคม ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันอาทิตย์ เริ่ม 29 มกราคม, วันธรรมดา เริ่ม 6 กุมภาพันธ์ ค่ะ

[Grammar Tips] มาศึกษาวิธีการใช้ Modal verb กันต่อนะคะ #ฉบับจบ

Modal verbs (ภาคจบ)

บทความที่แล้วได้พูดถึง modal verbs เบื้องต้นที่หลายคนรู้จักกันดีไปแล้ว บทความนี้ขอพูดถึง modal verbs เหล่านี้ต่ออีกหน่อยนะคะ

ref: [Grammar Tips] Modal Verbs คืออะไร ใช้ให้ถูกต้องอย่างไร Part#1

Should Must Have to

เริ่มกันที่คำแรก คำว่า should

How to use : Should + V.inf, Should + have +V3

สำหรับการใช้คำว่า should เราสามารถใช้ได้ถึง 2 รูปแบบด้วยกัน ดังนี้

  1. Should +V.inf = ในรูปแบบนี้ จะแปลว่า ควร

Example : You should not eat so much. = คุณไม่ควรกินมาก

Note : ในกรณีนี้ เราสามารถใช้คำอื่นแทน should ได้ เช่น ought to, had better >> ดังนั้นในประโยคตัวอย่างด้านบน ถ้าเราไม่ต้องการใช้ should ก็จะกลายเป็น You ought not to eat so much./ You had better not eat so much. = ทั้งสองประโยคนี้มีความหมายเหมือนกับด้านบน และวิธีใช้ก็เหมือนกันทุกประการด้วย

  1. Should + have + V3 = ในรูปแบบนี้จะแปลว่า ควรทำแต่ยังไม่ได้ทำ

Example : I should have done better in the final exams last semester. = ฉันน่าจะข้อสอบไฟนอลเทอมที่แล้วได้ดีกว่านี้ >> แสดงว่าตอนเทอมที่แล้ว ยังทำได้ไม่ดี ผู้พูดจึงพูดโดยใช้คำว่า should have +V3

Strong

คำต่อมา คำนี้คนมักใช้กันสับสน … “Must/ have to”

หลายคนมักเข้าใจว่า สองตัวนี้ใช้ได้เหมือนกันและใช้แทนกันได้ แต่ความจริงคือ สองคำนี้ความหมายไม่ได้เหมือนกันไปเสียทีเดียว แต่ก็คล้ายกันค่อนข้างมาก

How to use : must / have to +V.inf

Condition : คำว่า must หมายถึง ต้องทำ แบบ ถ้าไม่ทำนี่คือตายสถานเดียว แย่ขั้นวิกฤต ส่วนคำว่า have to หมายถึงจำเป็นต้องทำ แต่ระดับความรุนแรงจะน้อยกว่า must ลงมาหน่อย

Examples :

  1. You have to go home now.= คุณจำเป็นต้องกลับบ้านเดี๋ยวนี้นะ >> เช่นใช้พูดตอนเพื่อนโดนแม่ประกาศเคอร์ฟิวห้ามกลับบ้านเกินห้าทุ่ม
  2. You must go home now. = คุณต้องกลับเดี๋ยวนี้!!!! >> เช่น ใช้ตอนที่แฟนเพื่อนโทรมาตามและอาละวาดเรียบร้อยว่า ถ้าไม่กลับตอนนี้เจอดีแน่ๆ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ความหมายโดยรวมดูเหมือนกัน แต่ระดับความรุนแรงนั้นจะค่อนข้างต่างกัน

*Note : คำว่า have to ถ้าเราต้องการใช้ในรูปของ past simple ก็สามารถทำได้ง่ายๆ แค่เพียงเปลี่ยน have เป็น had แล้วใช้ในรูปแบบเดิม

Example : I think I will be late because I had to drive my mother to her office. = ฉันคิดว่าฉันน่าจะไปสายเพราะฉันต้องขับรถไปส่งแม่ที่ออฟฟิศก่อน  >> ใช้ had to เพื่อบอกถึงสิ่งที่จำเป็นต้องทำในอดีต

*Note 2 คำว่า must นอกจากจะใช้ในรูปแบบด้านบนที่กล่าวมาแล้วนี้ ยังสามารถใช้ในรูปแบบอื่นได้ เช่น must have +V3 = ในอดีตน่าจะเป็นอย่างนี้แน่นอน

Example : Jim broke up with Ann yesterday. He must have known that she had an affair. = จิมเลิกกับแอนเมื่อวานนี้ เขาต้องรู้แน่ๆว่า แอนมีชู้ >> ในประโยคนี้ บอกถึงความน่าจะเป็นว่า ผู้พูดเชื่อว่า จิมน่าจะรู้อย่างแน่นอน จึงใช้คำว่า must have known

*Have an affair เป็นสำนวนที่ใช้กันค่อนข้างแพร่หลาย แปลว่า มีชู้, นอกใจ

ทั้งหมดนี้เป็นการใช้ modal verb ในรูปแบบที่หลากหลายและยากยิ่งขึ้น หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นในการใช้บางแบบหรือบางคำ แต่ถ้าหมั่นฝึกฝนและเอาไปใช้บ่อยๆ จะช่วยให้การสนทนาดูน่าฟังยิ่งขึ้นและการเขียนก็จะดูสื่อความได้อย่างถูกต้องชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยค่ะ สู้ๆนะคะ

Oxbridge IELTS Institute

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)