ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนกรกฎาคม วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 27 กรกฎาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 29 กรกฎาคม เดือนสิงหาคม วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 10 สิงหาคม ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 29 กรกฎาคม, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 31 กรกฎาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 8 สิงหาคม คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 30 กรกฎาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 7 สิงหาคม ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 24 กรกฎาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 26 สิงหาคม ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 2 สิงหาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 5 สิงหาคม ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดา+วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 24 กรกฎาคม ค่ะ

วันนี้มาทำความเข้าใจกับการศึกษาต่อระดับบัณฑิตในประเทศอังกฤษกันดีกว่าค่ะ

UK EDUCATION

UK Postgraduate Education การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในสหราชอาณาจักร

น้องๆที่จะไปเรียนต่อในประเทศอังกฤษ ช่วงนี้หลายคนคงกำลังขะมักเขม้น กับการเรียน IELTS เพื่อเตรียมตัวนำผลสอบ IELTS ไปยื่นให้กับมหาวิทยาลัย น้องๆหลายคนพอจะทราบข้อมูลสำหรับการเรียนต่อในประเทศอังกฤษมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีน้องอีกหลายๆคนที่ยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของการศึกษาระดับปริญญาในประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ ป.โท ไปจนถึง ป.เอกมาฝากค่ะ เชื่อว่าหลายๆคนที่กำลังมองว่าจะต่อเอกเมื่อเรียนจบป.โท จะได้ข้อมูลที่จำเป็นเบื้องต้นเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจต่อไปค่ะ

Postgraduate foundation/Pre-master’s course
คอร์สนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนก่อนจะเรียน Postgraduate ในสหราชอาณาจักร โดยปกติหลักสูตรจะประกอบด้วยการเรียนภาษาอังกฤษ การเรียนเชิงวิชาการ และฝึกทักษะในการทำวิจัย ระยะเวลาของหลักสูตรก็หลากหลายตั้งแต่ไม่กี่เดือนไปจนถึง 1 ปี บางคอร์สเมื่อเรียนจบหลักสูตรจะนำไปสู่การได้ใบประกาศเพื่อนำไปใช้ในวิชาชีพ หรือบางคอร์สก็จะเป็นเส้นทางตรงให้นักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อเรียนปริญญาโทต่อไป

Taught Certificate/Diploma/Master’s
คอร์สที่มีการเรียนการสอน (Taught course) เป็นคอร์สที่มีตัวเลือกมากที่สุดในระดับ Postgraduate ซึ่งจะมีทางเลือกให้กับนักเรียน 3 ทางคือ
Postgraduate Certificate – เมื่อนักเรียนเรียนจบครึ่งหลักสูตร
Postgraduate Diploma – เมื่อเรียนจบหลักสูตร
Master Degree – เมื่อเรียนจบหลักสูตรและ มี dissertation ที่ผ่านการพิจารณาจากทางคณะ

ระยะเวลาที่ใช้ในการปริญญาโทส่วนมากจะใช้เวลา 1 ปี การเรียนมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเรียงความ การทำโครงการวิจัย การฝึกงาน การเรียนในห้อง และการอภิปรายกลุ่ม เป็นต้น
เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคอร์สที่มีการเรียนการสอน ที่นักเรียนจะได้จับกลุ่มอภิปรายเพื่อแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นและประสบการณ์

Research Master’s
คอร์สปริญญาโทส่วนใหญ่จะมีการทำวิจัยเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว แต่สำหรับ MPhil, MRes หรือ MA/MSc by research จะเป็นการมุ่งเน้นไปทางด้านการวิจัยโดยตรงและแทบจะไม่มีการเรียนการสอนเลย
อย่างไรก็ตามนักเรียนที่เรียนเน้นด้านการทำวิจัยนี้จะได้ทำงานใกล้ชิดกับ เจ้าหน้าที่ทางวิชาการและอาจารย์ที่ปรึกษา อาจจะได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่บางคนหรือเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยนั้นๆ
การฝึกฝนทำวิจัยจะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เพิ่มพูนทักษะและมีประสบการณ์ใน การทำวิจัยและเข้าใจในตัววิชานั้นๆ นักเรียนสามารถดัดแปลงทักษะที่ได้รับจากการฝึกฝนทำงานวิจัยไปใช้กับงานแทบ ทุกด้าน
การประเมิณผลของคอร์สปริญญาโทแบบมุ่งเน้นทำวิจัยจะดูที่ผลงาน dissertation 30,000 – 40,000 คำ
ซึ่งใช้เวลา 1 – 3 ปี

Doctorate
เป็นคอร์สสูงสุดในระดับการศึกษา Postgraduate ซึ่งเข้มข้นและนักเรียนต้องมีเวลา ความอุทิศตน และแหล่งเงินทุน การเรียนแบบเต็มเวลาในระดับนี้สามารถเรียนจบได้เร็วที่สุด 3 ปี แต่โดยส่วนมากแล้วจะใช้เวลา 4 ปีการประเมิณผลของคอร์สปริญญาเอกจะดูที่ผลงาน dissertation 100,000 คำ ในขอบเขตของหัวข้อวิจัย

New Route PhDs
คอร์สปริญญาเอกแบบการเรียนการสอน ปกติใช้เวลา 4 ปีเพื่อเรียนจบหลักสูตร และบางหลักสูตรก็จะมีการฝึกงานด้วย การประเมิณผลจะเป็นการประเมิณผลการเรียนต่อเนื่องหรือผลการสอบ

พอจะทราบข้อมูลกันคร่าวๆบ้างแล้วใช่มั้ยค่ะ แต่สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือ เมื่อน้องๆตัดสินใจได้แล้วว่าจะเรียนอะไร ก็จะสามารถเลือกมหาวิทยาลัยและคณะที่ใช่สำหรับตัวเองได้โดยการพิจารณาจุดแข็งของคณะที่อยากเรียนกับความต้องการของตัวเอง การตรวจสอบรายวิชาในแต่ละคอร์สเป็นเรื่องที่สำคัญมากและต้องทำให้แน่ใจว่าคอร์สนั้นๆเหมาะสมสำหรับตัวเอง ซึ่งคอร์สที่มีชื่อเหมือนกันในแต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะมีการสอนวิชาที่แตกต่างกันก็ได้ เพราะฉะนั้นจะต้องตรวจสอบดูให้ดีเสียก่อน

การตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนที่ไหนสำคัญพอๆกับการตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนอะไร เพราะน้องๆอาจจะต้องใช้เวลาในการเรียนหลายปี เพราะฉะนั้นการรู้สึกสบายและมีความสุขในที่เรียนก็เป็นสิ่งสำคัญด้วย โดยปัจจัยที่น้องสามารถนำมาพิจารณาในการเลือกสถานที่เรียน คือ ขนาดของเมือง ความใกล้/ไกลกับเมืองอื่นๆ ค่าครองชีพ อากาศและที่พัก เป็นต้น และแน่นอนว่าชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด แต่ให้น้องๆระวัง อย่าตัดสินใจเพียงเฉพาะชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยที่ได้ยินมาเท่านั้น ให้พิจารณาด้วยว่ามหาวิทยาลัยนั้นๆมีคอร์สที่เราต้องการเรียนและเหมาะสมกับเรารึเปล่า ซึ่งมีองค์กรตรวจสอบคุณภาพการศึกษาหลายแห่งสามารถช่วยตรวจสอบระดับคุณภาพของแต่ละคณะ/มหาวิทยาลัยที่เราอยากจะไปเรียนได้

องค์กรหลักสำหรับการตรวจสอบคุณภาพคือ
Quality Assurance Agency for Higher Education (www.qaa.ac.uk) และ
Research Assessment Exercise (RAE) (www.rae.ac.uk)

องค์กรเหล่านี้จะตรวจสอบนโยบายและการปฎิบัติของสถานศึกษาและตัดสินว่าสถานศึกษาเหล่านั้นได้ให้การศึกษาที่มีคุณภาพสูงและให้ความช่วยเหลือแก่นักเรียนเป็นอย่างดีหรือไม่ และยังสามารถเข้าไปที่เวบไซต์ของมหาวิทยาลัยเองเพื่อศึกษาข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของเจ้าหน้าที่หรือความถนัด จุดเด่น/จุดแข็ง ของมหาวิทยาลัย เป็นต้นค่ะ

เป็นยังไงบ้างค่ะ สำหรับข้อมูลที่นำมาฝากกัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับน้องๆที่กำลังจะไปเรียนต่อนะคะ

IELTSInstitute Team

 

 

ที่มา : enriched-education.com

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)