ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนธันวาคม วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 1 ธันวาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 6 ธันวาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 16 ธันวาคม ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 28 พฤศจิกายน, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 28 พฤศจิกายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 16 ธันวาคม คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 23 พฤศจิกายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 26 พฤศจิกายน ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 8 พฤศจิกายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 19 พฤศจิกายน ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 15 พฤศจิกายน, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 17 ธันวาคม ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 9 มกราคม ค่ะ

เรียน ielts ตอน ภาษาอังกฤษที่ใช้ในการเดินทาง

ทางเดินเท้าในสยาม

กรุงเทพเป็นเมืองที่มีการจราจรคับคั่งมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หากจะเดินทางไปไหนมาไหนนั้น ถ้าหากไม่ไกลนัก การเดินเท้าก็ดูจะเหมาะที่สุด ซึ่งถ้าเราต้องเดินเท้าเมื่อไหร่ พี่ก็อยากแนะนำให้ลองฝึกภาษาอังกฤษจากสิ่งรอบตัวกันดู พี่เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มพูนคำศัพท์ภาษาอังกฤษอย่างมากเลยค่ะ

ก่อนอื่น เราจะต้องรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับตัวเราก่อนนะคะ น้องๆ หลายคนคงจะรู้แล้วบ้างว่า คนเดินถนน หรือ คนเดินเท้า ในภาษาอังกฤษ เรียกว่าอย่างไร แต่สำหรับน้องๆ บางคนที่ยังไม่รู้ก็ตามไปดูกันเลยค่ะ อย่างเช่น ถ้าเราไปเดินบนถนนในต่างประเทศ

–        อังกฤษ หรือ อเมริกา คำนี้จะพบบ่อยมากค่ะ นั้นก็คือคำว่า  Pedestrian (คนเดินถนน หรือ คนเดินเท้า)

–        ถ้าเห็นป้ายเขียนบอกว่า No Pedestrian Access หมายถึง ห้ามคนเดินเท้าผ่านนะค่ะ

–        ถ้าป้ายบอกว่า No Pedestrian Crossing ก็หมายถึง ห้ามเดินข้ามถนน ณ จุดนั้นค่ะ

สำหรับทางข้ามถนน หรือทางม้าลายนั้น ภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Crosswalk ค่ะ เวลาใครเห็นชาวต่างชาติกำลังจะข้ามถนนในที่ไม่ควรข้ามในบ้านเรา ก็อาจไปเตือนเขาได้ค่ะ โดยบอกว่า

Excuse me; there is no  crossing here. Please use the crosswalk.”

ทางข้ามถนนในบ้านเราอีกอย่างคือ สะพานลอย ซึ่งภาษาอังกฤษจะเรียกว่า  Overpass แต่ในอังกฤษ หรือ อเมริกา เราไม่ค่อยเห็นสะพานลอยมากนัก แต่จะเป็นทางเดินลอดใต้ถนนมากกว่า ซึ่งเขาจะเรียกกันว่า subway ครับ ส่วนทางเท้าริมถนน ภาษาอังกฤษเรียกว่า footpath ซึ่งภาษาไทยเรา ก็ทับศัพท์เป็นฟุตบาท ค่ะ หรือจะเรียกว่า Pavement ก็ได้นะคะ

การบรรยายถนนหนทางในบ้านเราเป็นภาษาอังกฤษ ค่อนข้างยากซักหน่อยนะคะ เพราะการวางผังเมือง (city plan) ของบ้านเราแตกต่างจากผังเมืองในประเทศเจ้าของภาษาอย่างมากเลยค่ะ การที่เราจะบอกทางให้กับชาวต่างชาติซักคนว่า walk for two blocks (เดินไปสองช่วงตึก) ในบ้านเรา ต่างจากการพูดอย่างเดียวกันในอังกฤษอย่างเห็นได้ชัดเลยที่เดียวค่ะ เพราะในประเทศอังกฤษช่วงตึกของประเทศเขาเป็น block เท่าๆ กัน ส่วนในบ้านเราช่วงตึกดูไม่ชัดเจนเท่าไหร่ค่ะ ดังนั้นจึงดูเข้าใจยากหากจะใช้ช่วงตึกเป็นเกณฑ์ สิ่งที่ดูจะมีระยะพอๆ กันในบ้านเรา ดูเหมือนจะเป็นป้ายรถเมล์ (bus stop) นะค่ะ ดังนั้น walk for two stops (เดินไปอีกสองป้าย) น่าจะเข้าใจได้ง่ายกว่านะค่ะ พูดถึงคำว่า ถนน ในภาษาอังกฤษ ก็มีสองคำ คือ street กับ road ค่ะ แต่มีความแตกต่างกันในความหมายนะค่ะ

–                    Street หมายถึง ถนนทางในเมือง หรือ ในหมู่บ้าน มักจะมีแยกมากมาย แยกออกเป็นซอยนั้นซอยนี้ และมักมีร้านค้าอยู่ทั้งสองฝั่ง

–                    Road โดยปกติ หมายถึง ทางที่ออกไปนอกเมือง (ชนบท) หรือ จากหมู่บ้านไปสู่ที่อื่นๆ หรือ จากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง (เชื่อมระหว่างเมือง) แต่บ้านเราก็ใช้ปนกันไปหมดเลยค่ะ

สำหรับทุกคนแล้วถือว่าไม่เป็นไรค่ะ เป็นอันเข้าใจกันว่าสองคำนี้ หมายถึง ถนน และส่วนมากบ้านเราก็จะใช้คำว่า Road มากกว่า เช่น Sukhumvit Road , Silom Road  เป็นต้นค่ะ และสำหรับถนนเล็กๆ ก็มีเรียกกันอีกหลายคำเช่นกันนะค่ะ เช่น ถนนสายหลัก เรียกว่า avenue เป็นต้น ซึ่งบ้านเรามักจะใช้คำว่า Soi และฝรั่งก็เข้าใจกันดีค่ะ

ถึงเวลาที่เราจะต้องเดิน ก็ต้องรู้ว่าจะไปทางไหนใช่ไหมค่ะ เริ่มต้นจาก

–        Walk straight (เดินตรงไป)

–        Turn left? (เลี้ยวซ้าย)

–        Turn right (เลี้ยวขวา)

–        Walk till the end of this road (เดินไปจนสุดถนนสายนี้)

–        Walk back on the same route (เดินกลับไปทางเดิม)

–        Walk on the left (เดินชิดซ้าย)

–        Walk on the right (เดินชิดขวา)

–        Walk fast (เดินเร็ว)

–        Walk slowly (เดินช้า)

แต่สำหรับเดินแบบอ้อยอิ่งมาก ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Stroll นะค่ะ เช่น stroll along the road (เดินทอดน่องไปตามถนน)

สิ่งที่จะช่วยให้เราเรียนหรือทบทวนภาษาอังกฤษได้อีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ บรรดาป้ายจราจรตามท้องถนนเช่น ป้ายรถเมล์ ( Bus stop ซึ่งทุกคนคงทราบกันดีแล้วใช่ไหมคะ) แล้วมีใครรู้บ้างไหมคะว่า ที่จอดรถแท็กซี่ เรียกว่าอย่างไร?

–        ภาษาอังกฤษเรียกว่า taxi stand ค่ะ

–        ป้ายให้ทาง เรียกอย่างตรงตัวเลยว่า Give way ค่ะ

–        ป้ายห้ามจอด ก็  No Parking

–        สัญญาณไฟจราจร เรียกว่า Traffic light

–        ป้ายห้ามรถบรรทุก เรียกว่า No truck allowed

ซึ่งถ้าเรารู้ทุกอย่างแล้วก็สามารถจะไปสอบใบขับขี่สากล (International driving license) ได้เลยค่ะ นอกจากป้ายจราจรแล้ว ก็มีบรรดาพวกป้ายโฆษณาต่างๆ ที่เราสามารถใช้เป็นสื่อในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษระหว่างเดินทางบนท้องถนนได้ อีกด้วยค่ะ หากใครเจอข้อความหรือคำศัพท์ดีๆ ก็อาจจำไว้ใช้ในโอกาสต่อๆ ไปได้ด้วยนะค่ะ

เห็นไหมค่ะว่าการเรียนรู้สามารถทำได้ทุกที่และทุกเวลา ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใส่ใจกับมันมากหรือน้อยแค่ไหน ใครมีโอกาสไปไหนมาไหนก็อย่าลืมเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากสิ่งรอบตัวกันดูด้วยนะคะ

พี่เล็ก IELTSinstitute

เครดิต: http://www.dplusmag.com

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)