ประกาศ

คอร์สเรียน IELTS เดือนธันวาคม วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 15 ธันวาคม เดือนมกราคม วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 9 มกราคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 14 มกราคม  ตรวจสอบเวลาเรียนจากตารางได้เลยค่ะ
คอร์สเรียน Fundamentals of Academic Writing วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 18 ธันวาคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 5 มกราคม, วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 10 มกราคม คอร์สนี้เต็มเร็ว หากสนใจแนะนำให้โทรจองที่ก่อนเลยค่ะ
คอร์สเรียน Grammar Brush up วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 15 ธันวาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 7 มกราคม ค่ะ
คอร์สเรียน Intensive IELTS Writing วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 2 ธันวาคม, วันธรรมดาช่วงเย็น เริ่ม 3 ธันวาคม ค่ะ
คอร์สเรียน Speaking & Pronunciation for IELTS วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 9 มกราคม, วันเสาร์-อาทิตย์ เริ่ม 12 มกราคม ค่ะ
คอร์ส English for Academic Purpose (Pre-Sessional English) วันธรรมดาช่วงบ่าย เริ่ม 10 มกราคม ค่ะ

รีวิวการสอบ IELTS และความแตกต่างของ British Council และ IDP

รีวิวความแตกต่างของการสอบ IELTS British Council กับ IDP และการเตรียมตัวก่อนสอบ

ความแตกต่างระหว่าง IELTS British Council และ IDP

ข้อแตกต่างของการสอบ IELTS ของ British Council และ IDP

หลายคนมีข้อสงสัยและอยากรู้ว่า จริงๆแล้วการสอบ IELTS สามารถสอบที่ไหนได้บ้าง? แต่ละศูนย์สอบมีข้อแตกต่างกันหรือไม่? บางคนสงสัยว่าไปเรียนที่ประเทศอังกฤษต้องสอบของ British Council และไปเรียนออสเตรเลียต้องสอบของ IDP เท่านั้น มันจริงรึเปล่า? วันนี้พี่มีคำตอบมาให้ พร้อมจะช่วยเปรียบเทียบจุดแตกต่างของการสอบ IELTS ทั้งสองศูนย์สอบมาให้พิจารณากันค่ะ

ในปัจจุบัน ศูนย์สอบ IELTS ในประเทศไทย มีอยู่ด้วยกัน 2 แห่ง ได้แก่

  1. British Council (ตัวแทนการจัดสอบจากสหราชอาณาจักร)
  2. IDP (ตัวแทนการจัดสอบจากประเทศออสเตรเลีย)

ทั้งสองหน่วยงานนี้ เป็นหน่วยงานที่มีมาตรฐานในการออกข้อสอบ IELTS และการให้คะแนนโดยใช้มาตรฐานเดียวกัน กล่าวคือ ข้อสอบ IELTS ในทุกรอบสอบนั้น จะเป็นข้อสอบชุดเดียวกันส่งตรงมาจาก University of Cambridge! ดังนั้น ไม่ว่าผู้สอบสมัครสอบกับหน่วยงานใด ความยากง่ายของข้อสอบ IELTS ก็จะเป็นระดับเดียวกันค่ะ นอกจากนี้ ไม่ว่าจะสอบ IELTS กับศูนย์สอบใดก็ตาม สามารถนำผลสอบที่ได้ ไปใช้ได้ทั่วโลก โดยที่ผลการสอบนั้นๆ จะมีอายุ 2 ปีนะคะ

 

จะสอบ IELTS ต้องจ่ายเท่าไหร่

ทั้ง ศูนย์สอบ British Council และ ศูนย์สอบ IDP ได้กำหนดราคาค่าสอบไว้ใกล้เคียงกัน (British Council ราคา 6,900 บาท ส่วน IDP 6,685 บาท ทั้งแบบ Online และ Offline) * ราคาค่าสอบนี้ อ้างอิง ณ. วันที่ 16 กันยายน 2560 โดยค่าสอบในแต่ละช่วงนั้นจะมีความผันผวนไปตามค่าเงินค่ะ *

 

เราต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในวันสอบ IELTS

เอกสารที่ต้องนำมาได้แก่

  1. บัตรประชาชนตัวจริง หรือ Passport ตัวจริงที่ใช้ในการสมัครสอบ (วันหมดอายุบนเอกสารจะต้องไม่หมดก่อนวันสอบ)
  2. สำเนาเอกสารด้านบน (เฉพาะผู้ที่สมัคร IELTS for UKVI)
  3. ใบเสร็จรับเงิน (สำหรับศูนย์สอบ British Council)

                        **หากผู้สอบไม่มีเอกสารครบตามที่กำหนด จะไม่มีสิทธิเข้าสอบ**

 

อย่างไรก็ตามยังมีความแตกต่างเล็กๆน้อยๆ ระหว่างสองศูนย์สอบ IELTS British Council กับ IDP ที่ผู้สอบสามารถสัมผัสได้ อันได้แก่

1.สถานที่สอบ IELTS

British Council : จัดสอบที่โรงแรม Landmark ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้านานา

IDP : โดยส่วนใหญ่แล้วจะจัดที่โรงแรมมณเฑียร ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง

ความแตกต่าง: โรงแรม Landmark มีความสะดวกมากกว่าในเรื่องของการเดินทาง หากผู้สอบ IELTS เดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ระยะทางเดินเท้าจาก BTS สถานีนานาไปยังโรงแรม Landmark ใช้เวลาเพียงแค่ 1-2 นาทีโดยประมาณ แต่ในขณะเดียวกัน จากBTS สถานีศาลาแดงไปยังโรงแรมมณเฑียร ใช้เวลาถึง 10 นาที อีกทั้งเส้นทางค่อนข้างที่จะซับซ้อน อาจทำให้ผูสอบที่ไม่คุ้นเคยกับเส้นทางเสียเวลากับการหาสนามสอบได้

*สถานที่ที่กล่าวมานี้คือสนามสอบ IELTS ทั้งสองหน่วยงานมีการจัดการสอบขึ้นเป็นประจำ แต่สถานที่สอบในแต่ละรอบนั้นอาจมีการเปลียนแปลง ขึ้นอยู่กับการสอบรอบนั้นๆ ทั้งนี้ผู้สอบควรตรวจสอบข้อมูลจากศูนย์สอบก่อนทุกครั้ง*

ในห้องสอบทั้งของ British Council และ IDP ล้วนแล้วแต่มีความสะดวกสบายสำหรับผู้สอบเหมือนกัน โดยทางศูนย์สอบทั้งสองที่นั้น จัดให้แต่ละโต๊ะมีผู้สอบนั่งได้สองคน และภายในระหว่างการสอบ ผู้สอบสามารถดูนาฬิกาที่ศูนย์สอบเตรียมไว้ใน โดยของ British Council จะจับเวลาโดยหน้าจอดิจิตอล แต่ในส่วนของ IDP นั้นจะใช้นาฬิกาแขวนที่แขวนอยู่บริเวณหน้าห้องสอบ IELTS ทำให้บางครั้งผู้ที่นั่งอยู่หลังห้องไม่สามารถเห็นนาฬิกาได้ชัดเจน

 

2.การสอบ IELTS Speaking

การสอบ IELTS Speaking จะมีขึ้นในช่วงบ่ายหลังจากการสอบทักษะอื่นๆได้เสร็จสิ้นลงในช่วงเช้า โดยทางศูนย์สอบจะแจ้งเวลาในการสอบ speaking หลังจากที่ผู้สอบได้เข้าไปในห้องสอบข้อเขียน

สำหรับการสอบ Speaking ของ British Council จะใช้สนามสอบเดิม แต่อาจมีการเปลี่ยนห้องสอบ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลควบคุมการสอบจะแจ้งให้ผู้สอบทุกท่านทราบว่าการลงทะเบียนสอบพูดนั้น จะเกิดขึ้นที่ไหนภายหลังการสอบทั้ง 3 ทักษะในช่วงเช้าจบลง

ในส่วนการสอบ Speaking ของ IDP จะจัดขึ้นที่สำนักงาน IDP ตึก CP Tower ชั้น 4 ซึ่งทาง IDP มีเวลาสำหรับการเดินทางไปยังศูนย์สอบประมาณ 20 นาที

ความแตกต่าง : ห้องสอบของBritish Council มีจำนวนมากกว่า ทำให้ผู้สอบสามารถไปก่อนเวลาได้มากกว่า 1หรือ 2 ชั่วโมง เพื่อทำการสอบก่อนเวลาที่กำหนด(ในกรณีที่ผู้สอบท่านอื่นเดินทางมาถึงห้องสอบล่าช้า) แต่การสอบของ IDP นั้น ผู้สอบ IELTS ควรมาตามเวลาที่กำหนด เพราะพื้นที่ในการรอเข้าห้องสอบค่อนข้างเล็กกว่ามาก และการมาเร็วกกว่ากำหนดนั้นมิได้ทำให้ได้สอบเร็วขึ้นแต่อย่างใด

                                *อย่างไรก็ตามผู้สอบควรมาก่อนเวลาที่กำหนด*

 

3.สิ่งที่สามารถนำเข้าห้องสอบ IELTS

เพื่อความสะดวกของผู้สอบ ศูนย์สอบ IELTS ทั้งสองที่ ล้วนแล้วแต่จัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียนไว้ให้ผู้สอบแล้ว อันได้แก่ ดินสอเปลี่ยนไส้ 1 แท่ง และ ยางลบ1ก้อน ดั้งนั้น จึงไม่อนุญาตให้ผู้สอบนำอุปกรณ์เครื่องเขียนทุกชนิดเข้าห้องสอบ IELTS อย่างไรก็ตาม ศูนย์สอบทั้งสองที่อนุญาตให้ผู้สอบนำเสื้อกันหนาวและขวดน้ำ (โดยที่ขวดน้ำต้องเป็นขวดใสที่แกะฉลากพลาสติกออกแล้ว)

ความแตกต่าง: ในการสอบข้อเขียนนั้น ผู้สอบ IELTS ของทาง British Council จะต้องนำอุปกรณ์เครื่องเขียนของศูนย์สอบไปหย่อนใส่ในกล่องเพื่อคืนแก่เจ้าหน้าที่ผู้คุมสอบภายหลังจากการสอบเสร็จสิ้นลง ทำให้บางครั้งดินสอที่ผู้สอบได้อาจเป็นดินที่ถูกใช้งานแล้ว จึงแนะนำให้ผู้สอบตรวจสอบไส้ดินสอก่อนทุกครั้งก่อนที่การสอบจะเริ่มขึ้น แต่สำหรับ IDP นั้น ผู้สอบ IELTS สามารถนำเครื่องเขียนกลับบ้านได้ ทำให้ในการสอบแต่ละครั้งนั้น เครื่องเขียนจะมีความใหม่กว่า ดั้งนั้นจึงหมดกังวลกับปัญหาดินสอไส้ไม่แหลม หรือ ไส้หัก

 

4.การตรวจสอบผลการสอบ IELTS

ผลสอบฉบับจริงจะถูกจัดส่งให้ผู้สอบภายใน 3 – 7 วันหลังจากการประกาศผลสอบ (ในกรณีที่ผู้สอบระบุที่อยู่ในประเทศไทย) โดยของBritish Council นั้น จะจัดส่งให้ตามที่ผู้ที่ผู้สอบได้ลงทะเบียนสมัครสอบไว้ แต่ในส่วนของ IDP ผู้สอบจะต้องทำการยืนยันที่อยู่กับเจ้าหน้าที่ก่อน ภายหลังการสอบ IELTS Speaking

การตรวจสอบผล IELTS ทั้งของระบบBritish Council และ IDP สามารถทำได้ภายหลังจาก 13 วัน นับจากวันที่สอบ

โดยผู้สอบสามารถสรวจสอบผลออนไลน์ได้ที่

สำหรับ IELTS British Council https://ielts.britishcouncil.org/CheckResults.aspx

สำหรับ IELTS IDP https://results.ieltsessentials.com

ความแตกต่าง:

British Council : ผู้สอบ IELTS จำเป็นต้องมีจำรหัสประจำตัวสอบให้ได้ ถ้ามิเช่นนั้นจะไม่สามารถตรวจสอบผลออนไลน์ได้ ดังนั้นผู้สอบต้องเก็บหรือถ่ายรูปสติกเกอร์ที่ระบุข้อมูลผู้สอบ ซึ่งผู้สอบจะได้รับในวันสอบไว้เป็นอย่างดี

IDP : ผู้สอบ IELTS ไม่จำเป็นต้องมีรหัสประจำตัวสอบในการตรวจสอบผล แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ควรทิ้งข้อมูลผู้สอบจนกว่าจได้รับผลสอบฉบับจริง(ฉบับเอกสาร) นอกเหนือจากนั้นการประกาศผลสอบของ IDP มีความสะดวกต่อผู้สอบเป็นอย่างมาก เพราะผู้สอบสามารถรับผลสอบฉบับจริงได้ที่สำนักงานIDP ตึกCP Tower ชั้น 4 ได้ด้วยตนเองตั้งแต่วันที่ประกาศผล และยังสามารถรับผลสอบผ่านระบบ SMS โดยที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ผู้สอบนั้นจำเป็นต้องแจ้งความประสงค์ขอรับผลสอบทางระบบ SMS กับเจ้าหน้าที่ก่อน ในขณะที่ระบบของBritish Council ผู้สอบต้องรอให้ทางหน่วยงานผู้จัดสอบส่งผลสอบมาให้ตามที่อยู่ที่ระบุไว้เท่านั้น

 

ทีนี้เมื่อเราได้ทำการสมัครสอบไว้แล้ว มาถึงวันสอบ อะไรเป็นสิ่งที่เราควรต้องทราบ ลองตามมาดูกันค่ะ ** ขออ้างอิงจากการสอบกับทาง British Council นะคะ **

จดหมายจาก british council แจ่งเรื่องการสอบ

กำหนดการต่างๆในการสอบ IELTS

การจำกำหนดการคร่าวๆ ได้ว่าวันที่ไปสอบจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง สามารถช่วยให้เรากะเวลาต่างๆ ได้ดีมากขึ้น แม้วันจริงทุกอย่างอาจไม่ตรงตามเวลาในกำหนดการเป๊ะๆ แต่มันก็ช่วยให้เรารู้ลำดับก่อนหลังได้ กำหนดการได้แก่

7.50 – 8.00
8.01 – 8.50
8.50 – 9.00
9.01 – 9.40
9.41 – 9.50
9.51 – 10.50
10.51 – 11.00
11.01 – 12.00
13.00 เป็นต้นไป
มาถึงสถานที่สอบ
ฝากกระเป๋า, ตรวจบัตรประจำตัว, ลงทะเบียน, ถ่ายภาพ, สแกนนิ้ว
เข้าห้องสอบและฟังคำแนะนำในการสอบ, ทดสอบหูฟัง
สอบ Listening รวม 10 นาทีสุดท้ายที่ให้เขียนลงกระดาษคำตอบ
เก็บข้อสอบ Listening และแจกข้อสอบ Reading
สอบ Reading
เก็บข้อสอบ Reading และแจกข้อสอบ Writing
สอบ Writing
สอบ Speaking ตามเวลาที่ได้รับแจ้งทางเมล


มีอะไรบ้างที่สามารถนำเข้าไปในห้องสอบ ?

ในห้องสอบ สิ่งที่เราสามารถนำเข้าไปได้จะมี

  • เอกสารแสดงตน (หนังสือเดินทาง หรือบัตรประชาชน)
  • เสื้อกันหนาว

ทั้งนี้ น้องๆไม่สามารถสวมนาฬิกาข้อมือ และนำเครื่องเขียนใดๆเข้าห้องสอบ ทางศูนย์สอบจะจัดเตรียมนาฬิกาดิจิตอลบนจอขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน รวมถึงเครื่องเขียนทั้งหมดไว้ให้นะคะ

ผู้เข้าสอบทุกคนต้องฝากของก่อนเข้าห้องสอบ สิ่งที่เอาติดตัวเข้าไปได้มีแค่บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต (ขึ้นกับว่าตอนสมัครเราใช้อะไรสมัคร) และบัตรรับฝากกระเป๋าเท่านั้น มีแค่คนละ 2 อย่างนี้เข้าห้องสอบเท่านั้นค่ะ (ในกรณีขวดน้ำ สามารถนำเข้าไปได้แต่ต้องแกะฉลากรอบขวดออกให้หมดนะคะ)
กระดาษข้อมูลที่ปริ้นต์จากอีเมลก็เอาเข้าไปไม่ได้นะคะ ฉะนั้นจำเลข candidate number ตัวเองให้ได้แล้วก็เก็บกระเป๋าเอาไปฝากได้เลย เครื่องเขียนก็ไม่ต้องพกไปค่ะ ในห้องสอบจะมีให้อยู่แล้วค่ะ

 

ใส่เสื้อกันหนาวไปด้วย

ห้องสอบแอร์หนาวมากค่ะ ยิ่งเข้าไปคนแรกๆ ตั้งแต่ยังไม่ 8 โมงครึ่งนี่ยิ่งหนาวเลย เพราะเขาเปิดแอร์เผื่อสำหรับคนเยอะๆ ไว้แล้ว อาจจะแข็งได้ ฉะนั้นต่อให้เป็นคนขี้ร้อนยังไงก็ควรเตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วยนะคะ ถ้าร้อนเราก็แค่ถอดออก ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ถ้าไม่เตรียมไปแล้วหนาวขึ้นมาละก็ แย่เลยค่ะ


กฎการเข้าห้องน้ำ

พูดถึงเรื่องเข้าห้องน้ำ ทันทีที่เราผ่านด่านลงทะเบียนไปแล้ว เราก็จะไม่มีโอกาสเข้าห้องน้ำอีกเลยจนกว่าจะถึงตอนสอบ Reading  ฉะนั้น แนะนำให้ก็กะเวลาดีๆ เลยนะคะว่ามันจะนานแค่ไหน ตอนสอบ Listening ทั้งตอนฟังเทป และตอน 10 นาทีสุดท้ายที่ให้เขียนคำตอบลงกระดาษคำตอบ ไม่สามารถออกไปเข้าห้องน้ำได้ค่ะ และ ระหว่างกรรมการเก็บข้อสอบหรือแจกข้อสอบก็ไม่สามารถออกไปเข้าได้เช่นกัน จะเริ่มเข้าได้จริงๆ ก็คือตอนที่เริ่มสอบ Reading แล้ว แต่ก็ห้ามออกไปเข้าตอน 10 นาทีสุดท้ายของการสอบ Reading เช่นกัน

นอกจากนี้ การขอไปเข้าห้องน้ำก็ต้องทำตามระเบียบคือ ยกมือให้กรรมการมาพาไปเข้าห้องน้ำ กรรมการจะพาเราออกจากห้อง จากนั้นก็จะถูกพาไปสแกนนิ้วออกจากห้องพร้อมลงบันทึกเวลาที่ออกค่ะ หลังเข้าห้องน้ำเสร็จก็ต้องมาสแกนนิ้วเพื่อเข้าห้องอีกครั้งนะคะ

ดังนั้น แม้จะเป็นคนเข้าห้องน้ำเร็ว ก็อาจเสียเวลากับขั้นตอนเหล่านี้ได้เยอะกว่าที่คิดอยู่ดี *แนะนำ* การจำว่าตอนแรกที่เข้ามาเราสแกนนิ้วที่เครื่องไหนจะช่วยประหยัดเวลาได้ค่ะ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ก็ช่วยทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาเพิ่มได้หลายวินาทีเลยนะคะ แต่บางทีก็อาจมีเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น คอมที่สแกนนิ้วเราดันค้างพอดี ดังนั้น จะออกไปเข้าห้องน้ำตอนไหนก็ควรวางแผนเผื่อเวลาทำข้อสอบไว้ด้วยนะคะ เดี๋ยวจะทำไม่ทัน


มารอสอบ Speaking ก่อนเวลานัด

ในอีเมลที่เราได้รับจะมีเวลาสอบ Speaking ระบุมาให้ด้วย บางคนได้ในวันเดียวกัน บางคนได้มาสอบอีกวัน สำหรับคนที่ได้สอบในวันเดียวกับที่สอบอย่างอื่น ตามคำแนะนำทั่วไปบอกว่าควรมาก่อนเวลาสอบ 30 นาที แต่ก็มีเทคนิคดีๆ มาฝากค่ะ
ถ้าใครได้สอบช่วง 13.00 – 14.30 ก็ไม่ยังไม่ต้องไปกินข้าวเที่ยงก่อนก็ได้ค่ะ ไปรอที่ชั้นที่สอบ Speaking ได้เลย เพราะมันรันเร็วมากเลย และมีโอกาสที่คนก่อนหน้าเราอาจไม่มาสอบ เขาจะได้เรียกข้ามมาถึงเราได้เลย รีบไปลงทะเบียนสอบเพื่อแจ้งให้เขารู้เลยว่าเรามาแล้ว
แต่ถ้าใครสอบรอบหลังจากนั้นก็แนะนำให้ไปกินข้าวก่อนค่ะ แล้วค่อยกลับมาที่สถานที่สอบ ซึ่งเราไม่ต้องมาก่อนเวลาสอบ 30 นาทีก็ได้นะ เราจะมาก่อนเวลาสอบนานกว่านั้นก็ได้ค่ะ อย่างพี่ได้สอบรอบ 17.35 น. ถือว่าเป็นรอบสุดท้ายของวันเลย แต่พี่ไปลงทะเบียนหน้าห้องสอบตั้งแต่ 15.30 น. เพราะไม่รู้จะไปไหน เจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่าถ้าลงทะเบียนแล้วห้ามหายไปไหนไกลนะ เผื่อเรียก พี่ก็นั่งเล่นรอไปเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ก็เรียกตามลำดับไปเรื่อยๆ บางคนก็ไม่มา ไม่อยู่ เรียกไปเรียกมาก็มาถึงพี่เฉยเลยเพราะคนก่อนหน้ายังไม่มากันเลย พี่เลยได้สอบตอน 16.00 ค่ะ โชคดีมากเลย แต่ถ้าห้องที่น้องสอบมีทุกคนมาสอบครบและมาลงทะเบียนตามเวลาครบหมด น้องก็อาจต้องนั่งรอไปเรื่อยๆ กว่าจะถึงคิวตัวเองก็ได้ อันนี้ไ

IELTS Test Date 2018

ม่การันตีค่ะ


คำถามที่พบบ่อย

Q: ควรใส่ชุดยังไงในวันสอบ
A: ชุดอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องชุดนักเรียน/นักศึกษา ขอให้เราใส่สบายและอบอุ่นพอ (เนื่องจากในห้องสอบหนาวมาก)

Q: เอายาประจำตัวเข้าห้องสอบได้มั้ย
A:
 ไม่สามารถนำเข้าไปได้ แต่สามารถขออนุญาตให้ออกจากห้องมากินยาข้างนอกได้ค่ะ ทั้งนี้ให้แจ้งผู้คุมสอบก่อนนะคะ

Q: จำเป็นต้องให้ผู้ปกครองมาด้วยมั้ย
A:
ไม่ต้องค่ะ ยกเว้นน้องที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ควรจะมีผู้ปกครองมาด้วย เพราะในการสอบมีการเก็บลายนิ้วมือดังนั้นการเก็บข้อมูลแบบนี้ของผู้เยาว์จะดีกว่าถ้ามีผู้ปกครองมาด้วย แต่ก็ไม่ได้บังคับนะคะ ถ้าไม่สะดวกก็ไม่ต้องมาก็ได้ค่ะ

Q: หากมาสายจะทำยังไง
A:
ถ้าสายหลังจากที่ทุกคนเข้าห้องสอบครบและกรรมการก็เริ่มอธิบายกติกาต่างๆ แล้ว ก็จะหมดสิทธิสอบรอบนั้นค่ะ

Q: ถ้าขาดสอบจะขอเงินคืนได้มั้ย
A:
ไม่สามารถขอเงินคืนค่ะ ยกเว้นว่าป่วยหนักหรือประสบอุบัติเหตุเข้าโรงพยาบาล ให้ขอใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลมามอบให้ผู้จัดการการสอบภายในวันนั้น หรือวันทำการถัดไป จากนั้นจะได้สิทธิเลื่อนสอบให้เป็นรอบถัดไปค่ะ

Q: ผลสอบจะออกเมื่อไหร่
A:
ผลสอบจะออก 13 วัน หลังวันสอบค่ะ สามารถดูผลได้ในเว็บเลย ส่วนตัวจริงก็จะถูกส่งทางจดหมายมาให้ที่บ้านค่ะ หากที่อยู่ที่กรอกไว้ไม่ชัดเจนจะไม่ส่งทางจดหมายให้ แต่จะให้ไปรับเองที่ศูนย์สอบค่ะ จะเก็บใบคะแนนไว้ให้เป็นเวลา 2 ปี ส่วนใครที่ไม่อยากรับผลสอบทางจดหมาย แต่อยากมารับเอง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ในวันสอบได้เลยค่ะ

Q: สามารถส่งผลสอบให้มหาวิทยาลัยโดยตรงเลยได้มั้ย
A:
ได้ค่ะ ตอนสมัครสอบเราสามารถระบุมหาวิทยาลัยที่อยากให้ส่งผลสอบไปให้ได้ถึง 5 ที่ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ถ้าจะเพิ่มมหาวิทยาลัยหลังจากสมัครเรียบร้อยแล้ว จะต้องเสียเพิ่มมหาวิทยาลัยละ 500 บาท

Oxbridge Institute

Korakrit.jpg

ผมลอง Search หาที่เรียน IELTS จากทั้ง Google และ Pantip เพื่อหาว่าที่เรียน IELTS ที่ไหนดีที่สุด จนกระทั่งมาพบกับ IELTS INSTITUTE วันแรกที่เข้าเรียนก็พบว่าการสอนค่อนข้างสนุก อีกทั้งการเรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้มีโอกาสถามคำถามที่สงสัยได้ทุกครั้ง ทำให้คะแนนที่ออกมาเกินกว่าที่คาดไว้อย่างมาก จากที่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 6.5 แต่ในที่สุดเมื่อสอบครั้งแรกพบว่าได้ 7.0 ทำให้ใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัวเรื่องการไปเรียนต่อได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณจากใจจริงครับ
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

Korakrit Durongdej
Jay.jpg

I’m writing this to THANKS all of you who had been assisting me in the Preparation Course in the past few months. I’m delighted to inform you that, according to my second test report form attached, I achieved a much higher overall band score than I had ever expected (Band 8), particularly in my weakest skill : writing (Band 7). Without all your support, my success would not have been achieved.
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

สิทธิดา จิตทักษะ (Jay)
Tuptim.jpg

It’s my best luck to study with Ajarn Fon, indeed. I really love her teaching style and I learn how to correct English grammar and how to fix my writing problems from her. She’s a superb English teacher!!
< * โดยผลคะแนนของนักเรียนแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ระยะเวลาในการเตรียมตัว และความมุ่งมั่นตั้งใจในการเตรียมสอบ >

สุภมน บุปผเวส (ทับทิม)